<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ครูเจ สอนร้องเพลง Voice Lessons, Vocal Coach &#187; Blogs</title>
	<atom:link href="http://www.singwithjay.com/category/blog/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.singwithjay.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Mon, 03 May 2021 08:08:05 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.5.2</generator>
		<item>
		<title>เลืือกเพลงอย่างไรให้เหมาะกับการพัฒนาเสียงร้องของเรา</title>
		<link>http://www.singwithjay.com/TH/blog/%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%ab/</link>
		<comments>http://www.singwithjay.com/TH/blog/%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%ab/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 01 Apr 2015 04:39:38 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Jay Veerayano</dc:creator>
				<category><![CDATA[Blogs]]></category>
		<category><![CDATA[GMM Grammy]]></category>
		<category><![CDATA[Jay Veerayano]]></category>
		<category><![CDATA[Performer]]></category>
		<category><![CDATA[Singer]]></category>
		<category><![CDATA[Singing]]></category>
		<category><![CDATA[Singing technique]]></category>
		<category><![CDATA[Vocal coach]]></category>
		<category><![CDATA[vocal training]]></category>
		<category><![CDATA[voice training]]></category>
		<category><![CDATA[ครูสอนร้องเพลง]]></category>
		<category><![CDATA[ครูเจ]]></category>
		<category><![CDATA[ประกวดร้องเพลง]]></category>
		<category><![CDATA[ฝึกร้อง]]></category>
		<category><![CDATA[สอนร้องเพลง]]></category>
		<category><![CDATA[เรียนร้องเพลง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.singwithjay.com/?p=453</guid>
		<description><![CDATA[สวัสดีครับทุกคน วันนี้ครูเจจะช่วยแนะนำวิธีการเลือกเพลงเพื่อให้เหมาะกับระดับการพัฒนาเสียงของแต่ละคนนะครับ เคยไหมครับที่เวลาร้องเพลงแล้วรู้สึกว่าบางเพลงร้องง่าย ร้องยากไม่เหมือนกันทั้งๆที่อยู่ในคีย์เดียวกัน และโน้ตตัวสูงหรือต่ำก็พอๆกัน เวลาเราจะเลือกเพลงที่ร้อง เราควรจะพิจารณาเรื่อง เมโลดี้ของเพลง และความช้า ความเร็วของเพลง และเพลงนี้มีเนื้อเพลงที่เยอะหรือไม่ และที่สำคัญคือเราจะต้องดูด้วยว่าเรากำลังฝึกอะไรในตัวเราให้พัฒนานะครับ เดี๋ยวครูเจจะแบ่งออกตามSkill การร้องของแต่ละคนนะครับ สำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มร้องเพลงและยังไม่ถนัดในการควบคุมเสียงมากนัก                                                                                 ]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<div>
<dl id="attachment_443">
<dd>
<dl id="attachment_443">
<dt></dt>
<dd>
<div id="attachment_443" class="wp-caption alignnone" style="width: 310px"><a href="http://www.singwithjay.com/wp-content/uploads/2015/04/แวว-singing.jpg" rel='prettyPhoto'><img class="size-medium wp-image-443" alt="Weaw is singing Minnie Riperton's "Lovin' you"  G Vocal Student Concert" src="http://www.singwithjay.com/wp-content/uploads/2015/04/แวว-singing-300x200.jpg" width="300" height="200" /></a><p class="wp-caption-text">Weaw is singing Minnie Riperton&#8217;s &#8220;Lovin&#8217; you&#8221;<br />G Vocal Student Concert</p></div>
</dd>
</dl>
</dd>
</dl>
</div>
<p>สวัสดีครับทุกคน วันนี้ครูเจจะช่วยแนะนำวิธีการเลือกเพลงเพื่อให้เหมาะกับระดับการพัฒนาเสียงของแต่ละคนนะครับ เคยไหมครับที่เวลาร้องเพลงแล้วรู้สึกว่าบางเพลงร้องง่าย ร้องยากไม่เหมือนกันทั้งๆที่อยู่ในคีย์เดียวกัน และโน้ตตัวสูงหรือต่ำก็พอๆกัน เวลาเราจะเลือกเพลงที่ร้อง เราควรจะพิจารณาเรื่อง เมโลดี้ของเพลง และความช้า ความเร็วของเพลง และเพลงนี้มีเนื้อเพลงที่เยอะหรือไม่ และที่สำคัญคือเราจะต้องดูด้วยว่าเรากำลังฝึกอะไรในตัวเราให้พัฒนานะครับ เดี๋ยวครูเจจะแบ่งออกตามSkill การร้องของแต่ละคนนะครับ</p>
<p><strong>สำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มร้องเพลงและยังไม่ถนัดในการควบคุมเสียงมากนัก                                                                                                                                                                               </strong>เราควรจะเลือกเพลงที่มีจังหวะปานกลางหรือเร็วและมีความกว้างของเสียงที่ไม่มากเกินไปนะครับ ที่แนะนำให้เลือกเพลงมีจังหวะหน่อยก็เพราะว่าเราจะเป็นแกมบังคับให้เส้นเสียงทำงานอย่างจริงจังและช่วยสร้างเนื้อเสียงที่ชัดเจน เพลงแบบมีจังหวะ ตามธรรมชาติแล้วจะทำให้เรามีความตื่นตัว เสียงก็จะไม่มีลมเยอะเพราะเนื้อเพลงและจังหวะจะไม่เปิดโอกาสให้ปล่อยลมมากเกินไป แถมเวลาร้องยังสนุกด้วย และลักษณะของเสียงที่ครูเจอยากให้โฟกัสคือเสียงChest Voice เสียงChest เป็นเสียงที่สำคัญที่สุดเพราะเป็นเสียงที่ทุกคนต้องใช้ให้ได้ดีและจะเป็นฐานให้กับเนื้อเสียงทุกช่วงเสียงครับ เพลงที่มีเมโลดี้ส่วนใหญ่อยู่ในช่วงเสียง Chest และไม่สูงเกิน 1st Bridge มาก ยกตัวอย่างเช่น เพลง &#8220;ชักดิ้นชักงอ&#8221; ของพลอยชมพู, &#8221;อยู่ๆก็มาปรากฎตัวในหัวใจ&#8221; ของ พิจิกา เพลง &#8220;คิดถึงนะ&#8221; ของ แพรว &#8220;You, You, You&#8221; เอิ้ต ภัทรวี, เพลง &#8220;สิ่งสำคัญ(คีย์C) ของ ดา เอ็นโดฟิน, &#8220;Try&#8221; ของ Colbie Calliat และเพลง Standardต่างๆ เช่นเพลง &#8220;Fly me to the moon&#8221; หรือ &#8220;All of me&#8221; (เพลงแจ้สนะครับไม่ใช่ของ John Legend) อะไรประมานนี้นะครับ ทั้งนี้ทั้งนั้นครูผู้สอนสามารถเลือกเพลงอะไรก็ได้ตราบใดที่ปรับคีย์ให้ไม่สูงเกินไปนะครับ</p>
<p><strong>สำหรับผู้ที่มีพื้นฐานมาบ้างแล้วและกำลังฝึกเทคนิคเพื่อขยายช่วงเสียง</strong>                                                                                                                                                                                        สามารถร้องได้ทุกจังหวะแต่ว่าจะต้องเลือกเพลงที่มีโน้ตสูงกว่าช่วงFirst Bridge โดยที่เมโลดี้สูงไม่ต้องโหนมากไปและลากไม่ยาวเกินไป และโน้ตที่สูงไม่ใช่โน้ตส่วนใหญ่ของเพลงในแต่ละท่อนนะครับ นึกถึงเพลงที่มีโน้ตสูงแบบแตะๆแล้วก็ลง เพลงตัวอย่างก็เช่นเพลง &#8220;จากนี้ไปจนนิรันดร์&#8221; เอ้ะ จิรากร, &#8220;ไกลแค่ไหนคือไกล้&#8221; ของ Getsunova เพลง &#8220;All of me ของ John Legend, &#8220;Home&#8221; ของ Michael Buble, เพลง &#8220;I&#8217;m yours&#8221; ของ Jason Mraz, &#8220;A Team&#8221; ของ Ed Sheeran</p>
<div>
<dl id="attachment_442">
<dt></dt>
<dd>
<dl id="attachment_442">
<dt></dt>
<dd>
<div id="attachment_442" class="wp-caption alignnone" style="width: 310px"><a href="http://www.singwithjay.com/wp-content/uploads/2015/04/Organ-singing.jpg" rel='prettyPhoto'><img class="size-medium wp-image-442" alt="Organ is belting out Josh Gorban's "You raise me up"  G Vocal Student Concert" src="http://www.singwithjay.com/wp-content/uploads/2015/04/Organ-singing-300x200.jpg" width="300" height="200" /></a><p class="wp-caption-text">Organ is belting out Josh Gorban&#8217;s &#8220;You raise me up&#8221; G Vocal Student Concert</p></div>
</dd>
</dl>
</dd>
</dl>
</div>
<p><strong>สำหรับผู้ที่ฝึกร้องเพลงอย่างสม่ำเสมอและมีเทคนิคการร้องที่ค่อนข้างแข็งแรงแล้ว </strong>                                                                                                                                                               วัตถูประสงค์ในการเลือกเพลงสำหรับนักร้องกลุ่มนี้คือการฝึกเพื่อพัฒนาและท้าทายความสามารถทางการร้องของตัวเอง เพลงที่เลือกควรจะเป็นเพลงที่มีโน้ตร้องผ่่านช่วงเสียงอย่างน้อย 2 ช่วง หรือมีโน้ตที่อยู่ในช่วงต่อของเสียงเยอะหน่อย เพราะว่าเราต้องการสร้างความยืดหยุ่นของเสียง และความราบลื่นในการร้องผ่านช่วงต่อของเสียง เพลงแบบนี้จะเป็นเพลงที่ร้องยากและเหนื่อยง่าย เวลาฝึกควรจะฝึกกับครูที่สามารถสอนเราให้ออกเสียงอย่างถูกวิธีนะครับ เพลงแนวนี้คือเพลงที่เราฟังแล้วเสียงสูงๆ และมีการลากเสียงเยอะๆนั่นแหละครับ เพลงละครบอร์ดเวย์ต่างๆเช่น &#8220;On my own&#8221; จาก Les Miserable หรือ &#8220;I&#8217;d give my life for you&#8221; จาก Miss Saigon หรือเพลง &#8220;สิ่งที่มันกำลังเกิด&#8221; เอ๊ะ จิระกร, เพลง &#8220;Thinking out loud&#8221; ของ Ed Sheeran, &#8220;Home&#8221; จากละครเพลง &#8220;Beauty and the Beast&#8221;, &#8220;Home&#8221; จาก ละครเพลงเรื่อง &#8220;The Wiz&#8221;, เพลง &#8220;Trouble&#8221; ของ Ariana Grande ( จะว่าไปเพลงของคนนี้ร้องยากทั้งนั้น 555)</p>
<div>
<dl id="attachment_441">
<dt></dt>
<dd>
<dl id="attachment_441">
<dt></dt>
<dd>
<div id="attachment_441" class="wp-caption alignnone" style="width: 310px"><a href="http://www.singwithjay.com/wp-content/uploads/2015/04/Oob-singing.jpg" rel='prettyPhoto'><img class="size-medium wp-image-441" alt="โอบ ร้องเพลง "เราถูกสร้างมาเพื่อกันและกัน นิว จิ๋ว  G Vocal Student Concert" src="http://www.singwithjay.com/wp-content/uploads/2015/04/Oob-singing-300x200.jpg" width="300" height="200" /></a><p class="wp-caption-text">โอบ ร้องเพลง &#8220;เราถูกสร้างมาเพื่อกันและกัน นิว จิ๋ว<br />G Vocal Student Concert</p></div>
</dd>
</dl>
</dd>
</dl>
</div>
<p>คงจะพอเห็นภาพแล้วนะครับ อย่าลืมว่าที่ครูเจเขียนบทความนี้เพื่อเป็นไกด้ให้เราในการฝึกการเลือกเพลงนะครับ และเพลงที่ครูเจเลือกนี้ส่วนใหญ่ครูเจเลือกที่ตรงเมโลดี้ของเพลง และความยาก ง่ายของเพลงนะครับ ไม่ได้เลือกที่ลักษณะเสียงของนักร้องต้นฉบับนะครับ อย่างไรก็แล้วแต่ถ้าเราเรียนกับครูที่เข้าใจการพัฒนาเสียงและมีความสามารถทางดนตรีที่ดี ครูจะสามารถปรับคีย์แต่และเพลงให้เหมาะกับทักษะและเป้าหมายการพัฒนาเสียงของเรานะครับ ฝากข้อคิดไว้นิดหนึ่งว่า การฝึกฝนทำให้เราเก่งขึ้นได้นะครับ แต่ถ้าอยากจะร้องเพลงให้เพราะ ต้องอย่าลืมร้องจากใจนะครับ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.singwithjay.com/TH/blog/%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%ab/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เลือกเพลงไปออดิชั่นอย่างไรดีถึงจะเข้าตากรรมการ</title>
		<link>http://www.singwithjay.com/TH/blog/%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88/</link>
		<comments>http://www.singwithjay.com/TH/blog/%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 06 Feb 2015 06:04:07 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Jay Veerayano</dc:creator>
				<category><![CDATA[Blogs]]></category>
		<category><![CDATA[Singing]]></category>
		<category><![CDATA[Singing technique]]></category>
		<category><![CDATA[Vocal coach]]></category>
		<category><![CDATA[vocal training]]></category>
		<category><![CDATA[voice training]]></category>
		<category><![CDATA[ครูสอนร้องเพลง]]></category>
		<category><![CDATA[ครูเจ]]></category>
		<category><![CDATA[ประกวดร้องเพลง]]></category>
		<category><![CDATA[ฝึกร้อง]]></category>
		<category><![CDATA[สอนร้องเพลง]]></category>
		<category><![CDATA[เรียนร้องเพลง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.singwithjay.com/?p=419</guid>
		<description><![CDATA[สวัสดีครับทุกคน เมื่อวันก่อนครูเจได้มีโอกาสร่วมไปเป็นหนึ่งในคณะกรรมการประกวดร้องเพลง CU Singing Contest เป็นครั้งแรกมา วันนั้นทุกคนที่เข้าประกวดรอบสุดท้ายร้องเพลงเก่งและเสียงดีหมดทุกคนเลยครับ ทีมงานที่จัดงานก็ทำงานได้อย่างดีน่าประทับใจ วันนั้นรู้สึกดีมากครับที่เห็นเด็กรุ่นใหม่ให้ความใส่ใจในการร้องเพลงอย่างจริงจัง สืบเนื่องจากวันนั้น คณะกรรมการมีการประชุมกันก่อนการประกวดจะเริ่มว่า จะให้คะแนนอย่างไรดี ในช่องให้คะแนนก็มีการแบ่งคะแนนออกเป็นหมวดหมู่ เช่น เนื้อเสียง การแสดงบนเวที การออกเสียง ท่วงทำนอง (จริงๆแล้วมีหลายหัวข้อมากแต่ก็ประมานนี้นะครับ) ทางคณะกรรมการทุกคนก็มีการปรับความเข้าใจในการให้คะแนนเพื่อที่จะให้มีแนวทางเดียวกันและให้คะแนนได้ง่ายๆ แล้วก็มีท่านกรรมการท่านหนึ่งถามประมาณว่า เราควรจะให้คะแนนเรื่องความยากความง่ายของเพลงอย่างไรดี ควรจะให้เพลงยากมากคะแนนสูงกว่าเพลงที่ร้องง่ายดีไหม หรือจะให้ที่การแสดงโดยรวมไปเลย พอครูเจฟังแล้วก็เลยคิดว่าจะเอาข้อคิดมาฝากทุกคนที่กำลังจะเข้าประกวดหรือออดิชั่นต่างๆนะครับ การเลือกเพลง เพลงยาก vs เพลงปานกลาง ตรงนี้ในส่วนการเลือกเพลงครูเจอยากให้ดูที่เวทีประกวดก่อนนะครับ ถ้าเป็นประกวดใหญ่ๆและเป็นเวทีที่เน้นเรื่องการร้องควรจะเลือกเพลงที่มีความยากพอสมควรถึงยากมาก แต่ว่าทั้งนี้ทั้งนั้นก็อยู่ที่ระดับความสามารถของเราด้วยนะครับ อย่าเลือกเพลงที่ยากเกินกว่าที่เราจะสามารถทำได้เต็มที่ถึงแม้ในวันที่เราสภาพไม่เต็มร้อย ถ้าเพลงที่เลือกเราไม่สามารถร้องให้ดีแบบคงเส้นคงวาอย่างน้อย 10 ครั้งในเวลา 2-3 วัน แปลว่าเพลงนั้นอาจจะยากไป ระดับความเสี่ยงจะอยู่ในระดับสูง อย่าลืมนะครับว่าประกวดร้องเพลงไม่ใช่กีฬาแบบที่มีคะแนนความยากเช่นยิมนาสติกหรือกระโดดน้ำ เพราะว่าเอาเข้าจริงๆมันอยู่ที่การแสดงโดยรวมมากกว่า ถ้าครูเจต้องเลือกระหว่างนักร้องสองที่มีน้ำเสียงดีพอๆกัน แต่คนหนึ่งร้องเพลงยากมาก แต่อีกคนร้องเพลงยากน้อยลงมาหน่อย แต่คนที่ร้องเพลงยากมากมีพลาดไม่เยอะแต่ได้ยินชัด กับอีกคนที่ร้องไม่มีพลาดเลย ครูเจจะเลือกคนที่ไม่พลาดเลยครับ เพราะว่าสิ่งที่สำคัญที่เราจะลืมไม่ได้ในฐานะนักร้องนักแสดงคือสิ่งที่ผู้ชมรับจากเรานะครับ คนที่ร้องเพลงยากมากและมีพลาด สิ่งที่คนดูได้ยินก็คือจะต้องลุ้นว่าจะไปไหวไหม ถ้าเราร้องแล้วไปรอดก็ดีไป เอาเข้าแล้วมันก็คล้ายๆกับการเดิมพันนะครับ ยากมากก็เสี่ยงมาก ยากน้อยก็เสี่ยงน้อย แต่การหมั่นฝึกฝนเรื่องเทคนิคการร้องเพลงและการรักษาสุขภาพเสียงที่ดีจะช่วยลดความเสี่ยงลงได้ทั้งสองแบบ ]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.singwithjay.com/wp-content/uploads/2015/02/10421418_693769004069909_3960251444830071977_n.jpg" rel='prettyPhoto'><img alt="ครูเจกับ เก้ง Crescendo" src="http://www.singwithjay.com/wp-content/uploads/2015/02/10421418_693769004069909_3960251444830071977_n-300x225.jpg" width="300" height="225" /></a></p>
<p>สวัสดีครับทุกคน เมื่อวันก่อนครูเจได้มีโอกาสร่วมไปเป็นหนึ่งในคณะกรรมการประกวดร้องเพลง CU Singing Contest เป็นครั้งแรกมา วันนั้นทุกคนที่เข้าประกวดรอบสุดท้ายร้องเพลงเก่งและเสียงดีหมดทุกคนเลยครับ ทีมงานที่จัดงานก็ทำงานได้อย่างดีน่าประทับใจ วันนั้นรู้สึกดีมากครับที่เห็นเด็กรุ่นใหม่ให้ความใส่ใจในการร้องเพลงอย่างจริงจัง</p>
<p>สืบเนื่องจากวันนั้น คณะกรรมการมีการประชุมกันก่อนการประกวดจะเริ่มว่า จะให้คะแนนอย่างไรดี ในช่องให้คะแนนก็มีการแบ่งคะแนนออกเป็นหมวดหมู่ เช่น เนื้อเสียง การแสดงบนเวที การออกเสียง ท่วงทำนอง (จริงๆแล้วมีหลายหัวข้อมากแต่ก็ประมานนี้นะครับ) ทางคณะกรรมการทุกคนก็มีการปรับความเข้าใจในการให้คะแนนเพื่อที่จะให้มีแนวทางเดียวกันและให้คะแนนได้ง่ายๆ แล้วก็มีท่านกรรมการท่านหนึ่งถามประมาณว่า เราควรจะให้คะแนนเรื่องความยากความง่ายของเพลงอย่างไรดี ควรจะให้เพลงยากมากคะแนนสูงกว่าเพลงที่ร้องง่ายดีไหม หรือจะให้ที่การแสดงโดยรวมไปเลย พอครูเจฟังแล้วก็เลยคิดว่าจะเอาข้อคิดมาฝากทุกคนที่กำลังจะเข้าประกวดหรือออดิชั่นต่างๆนะครับ</p>
<p><strong><a href="http://www.singwithjay.com/wp-content/uploads/2015/02/10806260_693815507398592_5676125893282083177_n.jpg" rel='prettyPhoto'><img alt="CU Singing Contest" src="http://www.singwithjay.com/wp-content/uploads/2015/02/10806260_693815507398592_5676125893282083177_n-300x225.jpg" width="300" height="225" /></a></strong></p>
<p><strong>การเลือกเพลง เพลงยาก vs เพลงปานกลาง</strong> ตรงนี้ในส่วนการเลือกเพลงครูเจอยากให้ดูที่เวทีประกวดก่อนนะครับ ถ้าเป็นประกวดใหญ่ๆและเป็นเวทีที่เน้นเรื่องการร้องควรจะเลือกเพลงที่มีความยากพอสมควรถึงยากมาก แต่ว่าทั้งนี้ทั้งนั้นก็อยู่ที่ระดับความสามารถของเราด้วยนะครับ อย่าเลือกเพลงที่ยากเกินกว่าที่เราจะสามารถทำได้เต็มที่ถึงแม้ในวันที่เราสภาพไม่เต็มร้อย ถ้าเพลงที่เลือกเราไม่สามารถร้องให้ดีแบบคงเส้นคงวาอย่างน้อย 10 ครั้งในเวลา 2-3 วัน แปลว่าเพลงนั้นอาจจะยากไป ระดับความเสี่ยงจะอยู่ในระดับสูง อย่าลืมนะครับว่าประกวดร้องเพลงไม่ใช่กีฬาแบบที่มีคะแนนความยากเช่นยิมนาสติกหรือกระโดดน้ำ เพราะว่าเอาเข้าจริงๆมันอยู่ที่การแสดงโดยรวมมากกว่า ถ้าครูเจต้องเลือกระหว่างนักร้องสองที่มีน้ำเสียงดีพอๆกัน แต่คนหนึ่งร้องเพลงยากมาก แต่อีกคนร้องเพลงยากน้อยลงมาหน่อย แต่คนที่ร้องเพลงยากมากมีพลาดไม่เยอะแต่ได้ยินชัด กับอีกคนที่ร้องไม่มีพลาดเลย ครูเจจะเลือกคนที่ไม่พลาดเลยครับ เพราะว่าสิ่งที่สำคัญที่เราจะลืมไม่ได้ในฐานะนักร้องนักแสดงคือสิ่งที่ผู้ชมรับจากเรานะครับ คนที่ร้องเพลงยากมากและมีพลาด สิ่งที่คนดูได้ยินก็คือจะต้องลุ้นว่าจะไปไหวไหม ถ้าเราร้องแล้วไปรอดก็ดีไป เอาเข้าแล้วมันก็คล้ายๆกับการเดิมพันนะครับ ยากมากก็เสี่ยงมาก ยากน้อยก็เสี่ยงน้อย แต่การหมั่นฝึกฝนเรื่องเทคนิคการร้องเพลงและการรักษาสุขภาพเสียงที่ดีจะช่วยลดความเสี่ยงลงได้ทั้งสองแบบ</p>
<p>สรุปแบบง่ายๆก็คือเลือกเพลงให้เหมาะกับตัวเอง เหมาะกับเวที และเหมาะกับวัตถุประสงค์ของการประกวด และเลือกเพลงที่ให้เราโชว์ความสามารถได้อย่างเต็มที่ และต้องไม่ลืมว่าสิ่งที่เราในฐานะนักร้องต้องให้ความสำคัญที่สุดคือการสร้างความประทับใจให้กับคนดูทุกคนนะครับ <img src='http://www.singwithjay.com/wp-includes/images/smilies/icon_smile.gif' alt=':)' class='wp-smiley' /> </p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.singwithjay.com/TH/blog/%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>การดูแลรักษาเสียงสำหรับนักร้องและผู้ที่ต้องใช้เสียงเยอะ</title>
		<link>http://www.singwithjay.com/TH/blog/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b1/</link>
		<comments>http://www.singwithjay.com/TH/blog/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b1/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 20 Oct 2014 08:02:04 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Jay Veerayano</dc:creator>
				<category><![CDATA[Blogs]]></category>
		<category><![CDATA[Jay Veerayano]]></category>
		<category><![CDATA[Performer]]></category>
		<category><![CDATA[Singer]]></category>
		<category><![CDATA[Singing technique]]></category>
		<category><![CDATA[Vocal coach]]></category>
		<category><![CDATA[vocal training]]></category>
		<category><![CDATA[voice training]]></category>
		<category><![CDATA[ครูสอนร้องเพลง]]></category>
		<category><![CDATA[ประกวดร้องเพลง]]></category>
		<category><![CDATA[ฝึกร้อง]]></category>
		<category><![CDATA[สอนร้องเพลง]]></category>
		<category><![CDATA[เรียนร้องเพลง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.singwithjay.com/?p=396</guid>
		<description><![CDATA[ด้วย อาชีพการเป็นครูสอนร้องเพลงของครูเจ มักจะเจอกับคำถามเรื่องการใช้เสียงและการดูแลรักษาเสียงอยู่เสมอ วันนี้ครูเจก็อยากจะเอาแนวคิดในเรื่องนี้ที่ครูเจใช้สอนอยู่เสมอมา แบ่งปันกันนะครับ คำเปรียบที่ว่า“ร่ายกายของเราคือเครื่องดนตรี” หรือ “Your body is your instrument” เป็นแนวคิดที่ครูเจใช้สอน และพยายามให้นักเรียนและผู้ที่สนใจร้องเพลง เข้าใจอยู่เสมอ การทำงานตามธรรมชาติเพื่อการสร้างเสียงของร่างกายของเรานั้น ทั้งการหายใจเข้า-ออก การสร้างเสียงที่เกิดจากกล้ามเนื้อเส้นเสียงในกล่องเสียง ที่ทำงานประสาน การสั่นกระทบและสบัดอย่างรวดเร็วเพื่อต้านแรงไหลของลมผ่านออกไปทางช่องปาก และโพรงหัว และการออกคำ จึงจะออกมาเป็นเสียงร้อง เสียงพูดที่เราได้ยินกัน เห็น ไหมครับว่าเวลาจะร้องเพลงหรือใช้เสียงนั้นมีการทำงานในร่างกายและระบบทาง เดินหายใจเกี่ยวข้องกันเยอะมาก ดังนั้นมันจึงเป็นสิ่งสำคัญมากที่เราจะต้องดูแลรักษาเครื่องดนตรีชิ้นนี้ให้ อยู่ในสภาพที่ดีอยู่เสมอ ขนาดกีต้าร์ หรือเปียโน  ถ้าดูแลไม่ดีเวลาเล่น เสียงที่ออกมาก็จะไม่เพราะเลยครับ แต่เมื่อเวลางานเข้า คนจะป่วยมันก็จะป่วย แล้วทำยังไงดี เราสามารถทำอะไรได้บ้างเพื่อที่จะช่วยให้อาการดีขึ้นเมื่อเป็นหวัด หรือเส้นเสียงอักเสบและเรามีความจำเป็นต้องใช้เสียง  ครูเจจะแบ่งเป็นขั้นตอนการดูแลเสียงหมวดหมู่ให้เข้าใจง่ายๆตามนี้นะครับ 1. การใช้แบบฝึกหัดฝึกเสียงแนวรักษาเสียง(Therapeutic Vocal Exercises)เพื่อช่วยให้เสียงที่ออกมีประสิทธิภาพมากขึ้น และลดการใช้กล้ามเนื้อที่ไม่จำเป็นออกจากการสร้างเสียง แบบฝึกหัดประเภทนี้จะเน้นให้เกิด Vocal Balance ให้เสียงและลมออกมาในปริมาณที่พอดีๆกัน เสียงที่ได้ก็จะแหบน้อยลง 2. การรักษาให้เส้นเสียงมีความชุ่มชื้นอยู่เสมอ จิบน้ำบ่อยๆ แต่ต้องระวังอย่าจิบน้ำร้อนนะครับ น้ำอุณหภูมิปกติดีที่สุด เลี่ยงน้ำร้อนหรือ ]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<div id="attachment_402" class="wp-caption alignnone" style="width: 310px"><a href="http://www.singwithjay.com/wp-content/uploads/2014/10/993456_480633978716747_783444108_n.jpg" rel='prettyPhoto'><img class="size-medium wp-image-402" alt="การเข้าใจการทำงานของเส้นเสียงก็ช่วยให้เราดูแลเสียงได้ดีขึ้น" src="http://www.singwithjay.com/wp-content/uploads/2014/10/993456_480633978716747_783444108_n-300x300.jpg" width="300" height="300" /></a><p class="wp-caption-text">การเข้าใจการทำงานของเส้นเสียงก็ช่วยให้เราดูแลเสียงได้ดีขึ้น</p></div>
<div id="attachment_400" class="wp-caption alignnone" style="width: 310px"><a href="http://www.singwithjay.com/wp-content/uploads/2014/10/10612872_845397578805397_566750537539501022_n.jpg" rel='prettyPhoto'><img class="size-medium wp-image-400" alt="การดูแลรักษาเสียงถือเป็นสิ่งสำคัญมากๆสำหรับนักร้อง" src="http://www.singwithjay.com/wp-content/uploads/2014/10/10612872_845397578805397_566750537539501022_n-300x300.jpg" width="300" height="300" /></a><p class="wp-caption-text">การดูแลรักษาเสียงถือเป็นสิ่งสำคัญมากๆสำหรับนักร้อง</p></div>
<p>ด้วย อาชีพการเป็นครูสอนร้องเพลงของครูเจ มักจะเจอกับคำถามเรื่องการใช้เสียงและการดูแลรักษาเสียงอยู่เสมอ วันนี้ครูเจก็อยากจะเอาแนวคิดในเรื่องนี้ที่ครูเจใช้สอนอยู่เสมอมา แบ่งปันกันนะครับ คำเปรียบที่ว่า“ร่ายกายของเราคือเครื่องดนตรี” หรือ “Your body is your instrument” เป็นแนวคิดที่ครูเจใช้สอน และพยายามให้นักเรียนและผู้ที่สนใจร้องเพลง เข้าใจอยู่เสมอ การทำงานตามธรรมชาติเพื่อการสร้างเสียงของร่างกายของเรานั้น ทั้งการหายใจเข้า-ออก การสร้างเสียงที่เกิดจากกล้ามเนื้อเส้นเสียงในกล่องเสียง ที่ทำงานประสาน การสั่นกระทบและสบัดอย่างรวดเร็วเพื่อต้านแรงไหลของลมผ่านออกไปทางช่องปาก และโพรงหัว และการออกคำ จึงจะออกมาเป็นเสียงร้อง เสียงพูดที่เราได้ยินกัน</p>
<p>เห็น ไหมครับว่าเวลาจะร้องเพลงหรือใช้เสียงนั้นมีการทำงานในร่างกายและระบบทาง เดินหายใจเกี่ยวข้องกันเยอะมาก ดังนั้นมันจึงเป็นสิ่งสำคัญมากที่เราจะต้องดูแลรักษาเครื่องดนตรีชิ้นนี้ให้ อยู่ในสภาพที่ดีอยู่เสมอ ขนาดกีต้าร์ หรือเปียโน  ถ้าดูแลไม่ดีเวลาเล่น เสียงที่ออกมาก็จะไม่เพราะเลยครับ</p>
<p>แต่เมื่อเวลางานเข้า คนจะป่วยมันก็จะป่วย แล้วทำยังไงดี เราสามารถทำอะไรได้บ้างเพื่อที่จะช่วยให้อาการดีขึ้นเมื่อเป็นหวัด หรือเส้นเสียงอักเสบและเรามีความจำเป็นต้องใช้เสียง  ครูเจจะแบ่งเป็นขั้นตอนการดูแลเสียงหมวดหมู่ให้เข้าใจง่ายๆตามนี้นะครับ</p>
<div>
<dl id="attachment_136">
<dt>
<div id="attachment_136" class="wp-caption alignnone" style="width: 210px"><a href="http://www.singwithjay.com/wp-content/uploads/2013/08/default_fb.jpg" rel='prettyPhoto'><img class="size-full wp-image-136" alt="Vocal exercise มีส่วนช่วยให้เสียงกลับมาอยู่ในสภาพที่ดีได้" src="http://www.singwithjay.com/wp-content/uploads/2013/08/default_fb.jpg" width="200" height="200" /></a><p class="wp-caption-text">Vocal exercise มีส่วนช่วยให้เสียงกลับมาอยู่ในสภาพที่ดีได้</p></div>
</dt>
</dl>
</div>
<p>1. การใช้แบบฝึกหัดฝึกเสียงแนวรักษาเสียง(Therapeutic Vocal Exercises)เพื่อช่วยให้เสียงที่ออกมีประสิทธิภาพมากขึ้น และลดการใช้กล้ามเนื้อที่ไม่จำเป็นออกจากการสร้างเสียง แบบฝึกหัดประเภทนี้จะเน้นให้เกิด Vocal Balance ให้เสียงและลมออกมาในปริมาณที่พอดีๆกัน เสียงที่ได้ก็จะแหบน้อยลง</p>
<p>2. การรักษาให้เส้นเสียงมีความชุ่มชื้นอยู่เสมอ จิบน้ำบ่อยๆ แต่ต้องระวังอย่าจิบน้ำร้อนนะครับ น้ำอุณหภูมิปกติดีที่สุด เลี่ยงน้ำร้อนหรือ น้ำอุ่นมากๆ เพราะว่าจะยิ่งไปทำให้เกิดอาการบวมมากขึ้นครับ เลี่ยงชาและกาแฟเพราะมีคาเฟอีน ครูเจชอบละลายน้ำผึ้งในน้ำแล้วจิบบ่อยๆระหว่างวันครับ ลดอาการระคายคอได้ดีเลย</p>
<p>3. การใช้ยาพ่นช่วยลดอาการระคายเคืองและอักเสบ ยาประเภทนี้มีให้เลือกพอสมควรในตลาดนะครับ ที่เคยใช้มาจะมีรสจะค่อนข้างแรงไปหน่อยเวลาฉีดเข้าคอแล้วจะรู้สึกเย็นเกินไป ตอนหายใจเข้าออกเคยใช้มาหลายตัวแล้วตัวไหนที่ว่าดี แต่ตอนนี้ก็มีสเปรย์ตัวใหม่อีกตัวหนึ่งที่ครูเจลองใช้ดูแล้วรู้สึกว่า ได้ผลดีเพราะว่ารสนุ่มไม่บาดคอและกลิ่นไม่แรงชื่อ Propoliz Mouth Spray นะครับ ตัวนี้เค้าสกัดมาจากผิวของรังผึ้งที่เพาะในสภาพแวดล้อมควบคุมให้ผึ้งอยู่กับ ต้นไม้ที่มีคุณสมบัติเป็นยาช่วยลดการอักเสบ ตัวนี้ใช้แล้วถูกใจมากเพราะรสไม่มันเหมือนยาเลย</p>
<div id="attachment_398" class="wp-caption alignnone" style="width: 235px"><a href="http://www.singwithjay.com/wp-content/uploads/2014/10/FullSizeRender.jpg" rel='prettyPhoto'><img class="size-medium wp-image-398" alt="สเปรย์พ่นช่วยลดอาการอักเสบ Propoliz Mouth Spray ตัวนี้ที่ครูเจใช้อยู่ครับ" src="http://www.singwithjay.com/wp-content/uploads/2014/10/FullSizeRender-225x300.jpg" width="225" height="300" /></a><p class="wp-caption-text">สเปรย์พ่นช่วยลดอาการอักเสบ Propoliz Mouth Spray ตัวนี้ที่ครูเจใช้อยู่ครับ</p></div>
<div>
<dl id="attachment_398">
<dt>4.พักผ่อนให้เพียงพอและเลี่ยงการใช้เสียงแบบไม่จำเป็น ห้ามกระซิบ ใช้เสียงพูดความดังปกติ จะดีกว่า เพราะการกระซิบจะยิ่งไปทำให้อาการเจ็บคอแย่ลงและทำให้เกิดการระคายคอมากขึ้น</dt>
</dl>
</div>
<p>ทั้งหมด นี้ก็เป็นเกล็ดความรู้เล็กๆน้อยๆนะครับ ถ้าใครทำได้ทุกข้อก็จะได้ผลดี แต่สรุปแล้วถ้าเราดูแลตัวเองดีๆและใช้เทคนิคการใช้เสียงอย่างถูกวิธีก็จะ ทำให้เราสามารถใช้เสียงได้อย่างคงทนและยาวนาน เลี่ยงให้ไม่เกิดอาการบาดเจ็บของเสียงได้จะดีที่สุดครับ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.singwithjay.com/TH/blog/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b1/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title> 3 ก้าวแห่งความสำเร็จในอาชีพนักร้อง นักดนตรี by Jay Veerayano</title>
		<link>http://www.singwithjay.com/TH/blog/the-three-ts-to-music-career-success-by-jay-veerayano/</link>
		<comments>http://www.singwithjay.com/TH/blog/the-three-ts-to-music-career-success-by-jay-veerayano/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 17 Oct 2013 05:05:10 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Jay Veerayano</dc:creator>
				<category><![CDATA[Blogs]]></category>
		<category><![CDATA[Jay Veerayano]]></category>
		<category><![CDATA[Performer]]></category>
		<category><![CDATA[Singer]]></category>
		<category><![CDATA[Singing]]></category>
		<category><![CDATA[Singing technique]]></category>
		<category><![CDATA[Vocal coach]]></category>
		<category><![CDATA[vocal training]]></category>
		<category><![CDATA[voice training]]></category>
		<category><![CDATA[ครูสอนร้องเพลง]]></category>
		<category><![CDATA[ครูเจ]]></category>
		<category><![CDATA[ประกวดร้องเพลง]]></category>
		<category><![CDATA[ฝึกร้อง]]></category>
		<category><![CDATA[สอนร้องเพลง]]></category>
		<category><![CDATA[เรียนร้องเพลง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.singwithjay.com/?p=376</guid>
		<description><![CDATA[เฟรม ศุภัคชญา หนึ่งในศิลปินที่หมั่นฝึกฝนตัวเองอยู่ตลอดเวลาจนประสบความสำเร็จในเวทีThe Star การฝึกฝนอยู่เสมอจะช่วยให้เราก้าวไปใกล้กับความสำเร็จในอาชีพ นักร้อง นักดนตรีมากขึ้น 3 T’s แห่งความสำเร็จในอาชีพนักร้อง 17ปี ในอาชีพการเป็นครูสอนร้องเพลงของครูเจ มักจะมีคำถามที่หลายๆคนชอบถามอย่างเช่นว่า เรียนร้องเพลงไปแล้วจะเป็นนักร้องได้หรือไม่ หรือว่าต้องเรียนนานเท่าไหร่ถึงจะเก่งขึ้น หรือว่าถ้าจะเอาดีในด้านนี้ต้องทำอย่างไรบ้าง ทุกคำถามมีคำตอบครับ เราสามารถเอาแนวคิดนี้ไปประยุกต์ในการใช้ชีวิตให้ประสบความสำเร็จได้ ครูเจจะพูดถึงแนวคิดในการสอนของครูเจ คือ The Three T’s of success คือสามสิ่งในการก้าวไปสู่ความสำเร็จ T ที่หนึ่งคือ Talent (พรสวรรค์พิเศษ) การจะเป็นนักร้องสิ่งนี้ช่วยได้มากหากว่าเราเป็นคนที่มีพื้นฐานเสียงดี ร้องเพลงเพราะ มีMusicality สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ส่วนใหญ่ติดตัวมาแต่เกิดและสะสมมาเรื่อยๆในชีวิต เพราะฉะนั้นเป็นสิ่งที่แข่งกันได้ยาก  เหมือนกับที่เราเกิดมามีหน้าตา ส่วนสูงไม่เหมือนกัน เสียงตามธรรมชาติก็ไม่เหมือนกัน ลองจินตนาการว่าเราไปว่ายน้ำแข่งกับ Michael Phelps ที่เกิดมาแล้วสรีระเอื้ออำนวยให้กับการว่ายน้ำมากเป็นพิเศษ เราก็คงจะไปเทียบด้วยไม่ไหว เพราะสรีระเราไม่ได้ช่วยขนาดนั้น แต่ถ้าจะถามว่าถ้าเราจะว่ายน้ำให้เก่งขึ้นให้เร็วขึ้นได้ไหม ทุกคนจะคงจะมีคำตอบที่เหมือนกันว่า ได้ ถ้าเราหมั่นฝึกฝน การร้องเพลง หรือเรียนดนตรีก็เหมือนกัน ครูเจอยากจะให้ทุกคนเข้าใจในเสียงของตัวเองที่มีความเป็นเอกลักษณ์ส่วนตัว และอย่าเอาไปเปรียบกับคนอื่นว่าทำไมเสียงเรามันไม่เพราะเหมือนคนอื่น ถ้าเราจะเปรียบเทียบกับ เอามาเปรียบเทียบกับตัวเองดีกว่า ว่าเราสามารถทำให้มันดีขึ้นได้ไหม ]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<div>
<dl id="attachment_348">
<dt><a href="http://www.singwithjay.com/wp-content/uploads/2013/09/photo17.jpg" rel='prettyPhoto'><img alt="เฟรม ศุภัคชญา หนึ่งในศิลปินที่หมั่นฝึกฝนตัวเองอยู่ตลอดเวลาจนประสบความสำเร็จในเวทีThe Star" src="http://www.singwithjay.com/wp-content/uploads/2013/09/photo17-224x300.jpg" width="224" height="300" /></a></dt>
<dd>เฟรม ศุภัคชญา หนึ่งในศิลปินที่หมั่นฝึกฝนตัวเองอยู่ตลอดเวลาจนประสบความสำเร็จในเวทีThe Star</dd>
</dl>
</div>
<div>
<dl id="attachment_383">
<dt><a href="http://www.singwithjay.com/wp-content/uploads/2013/10/30456_138489649496197_6795074_n-718x478.jpg" rel='prettyPhoto'><img alt="การฝึกฝนอยู่เสมอจะช่วยให้เราก้าวไปใกล้กับความสำเร็จในอาชีพนักร้อง นักดนตรีมากขึ้น" src="http://www.singwithjay.com/wp-content/uploads/2013/10/30456_138489649496197_6795074_n-718x478-300x199.jpg" width="300" height="199" /></a></dt>
<dd>การฝึกฝนอยู่เสมอจะช่วยให้เราก้าวไปใกล้กับความสำเร็จในอาชีพ นักร้อง นักดนตรีมากขึ้น</dd>
</dl>
</div>
<p><b>3 T’s </b><b>แห่งความสำเร็จในอาชีพนักร้อง</b></p>
<p>17ปี ในอาชีพการเป็นครูสอนร้องเพลงของครูเจ มักจะมีคำถามที่หลายๆคนชอบถามอย่างเช่นว่า เรียนร้องเพลงไปแล้วจะเป็นนักร้องได้หรือไม่ หรือว่าต้องเรียนนานเท่าไหร่ถึงจะเก่งขึ้น หรือว่าถ้าจะเอาดีในด้านนี้ต้องทำอย่างไรบ้าง ทุกคำถามมีคำตอบครับ เราสามารถเอาแนวคิดนี้ไปประยุกต์ในการใช้ชีวิตให้ประสบความสำเร็จได้ ครูเจจะพูดถึงแนวคิดในการสอนของครูเจ คือ The Three T’s of success คือสามสิ่งในการก้าวไปสู่ความสำเร็จ</p>
<p>T ที่หนึ่งคือ <b>Talent (</b><b>พรสวรรค์พิเศษ</b><b>)</b> การจะเป็นนักร้องสิ่งนี้ช่วยได้มากหากว่าเราเป็นคนที่มีพื้นฐานเสียงดี ร้องเพลงเพราะ มีMusicality สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ส่วนใหญ่ติดตัวมาแต่เกิดและสะสมมาเรื่อยๆในชีวิต เพราะฉะนั้นเป็นสิ่งที่แข่งกันได้ยาก  เหมือนกับที่เราเกิดมามีหน้าตา ส่วนสูงไม่เหมือนกัน เสียงตามธรรมชาติก็ไม่เหมือนกัน ลองจินตนาการว่าเราไปว่ายน้ำแข่งกับ Michael Phelps ที่เกิดมาแล้วสรีระเอื้ออำนวยให้กับการว่ายน้ำมากเป็นพิเศษ เราก็คงจะไปเทียบด้วยไม่ไหว เพราะสรีระเราไม่ได้ช่วยขนาดนั้น แต่ถ้าจะถามว่าถ้าเราจะว่ายน้ำให้เก่งขึ้นให้เร็วขึ้นได้ไหม ทุกคนจะคงจะมีคำตอบที่เหมือนกันว่า ได้ ถ้าเราหมั่นฝึกฝน การร้องเพลง หรือเรียนดนตรีก็เหมือนกัน ครูเจอยากจะให้ทุกคนเข้าใจในเสียงของตัวเองที่มีความเป็นเอกลักษณ์ส่วนตัว และอย่าเอาไปเปรียบกับคนอื่นว่าทำไมเสียงเรามันไม่เพราะเหมือนคนอื่น ถ้าเราจะเปรียบเทียบกับ เอามาเปรียบเทียบกับตัวเองดีกว่า ว่าเราสามารถทำให้มันดีขึ้นได้ไหม ซึ่งตรงนี้จะแหละจะทำให้เราก้าวสู่ขั้นที่สอง</p>
<p><b>Tenacity (</b><b>ความมุ่งมั่น) </b></p>
<p>ตัว นี้เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดให้ 3 T’s ของครูเจ Tenacity แปลว่าความมุ่งมั่น ไม่ย่อท้อ และ ความสม่ำเสมอ สิ่งนี้ขาดแทบไม่ได้เลยนะครับสำหรับการดำรงชีวิตให้ได้ตามที่เราฝันไว้ สิ่งนี้จะช่วยให้Talentเราดีขึ้น เพราะเป็นการฝึกฝนและทำอย่างต่อเนื่อง คนที่มีTalentดีแต่ไม่มีความมุ่งมั่นพอก็อาจจะล้มเลิกเป้าหมายไปก่อนจะได้ โอกาสมา หรือมีTalent แต่ไม่ฝึกฝนจนตามคนอื่นไม่ทัน สิ่งนี้อยู่ในใจครูเจตลอด เนื่องจากว่าเป็นสิ่งที่เราสามารถควบคุมได้ เราสามารถเอาใจสู้และสร้าง Talent เราให้แข็งแรงขึ้นได้ สิ่งนี้เกิดขึ้นกับตัวครูเจเอง เมื่อสมัยเด็กๆครูเจก็ไม่ได้ร้องเพลงเก่งอะไร เคยโดนเพื่อนๆบอกว่าให้เลิกฝันที่จะเอาดีด้านดนตรีเถอะเพราะเพื่อนๆกลัวว่า เราจะไปไม่รอด แต่ครูเจเป็นคนหัวดื้อไม่ยอมทำตามแล้วก็มาดูว่าตัวเองต้องพัฒนาตรงไหนบ้าง และเราก็ต้องไม่อายที่จะยอมรับในสิ่งที่เราไม่รู้เพื่อที่เราจะได้แก้ไขให้ ถูกจุด ไปหาเรียนเพิ่มเติม และหาจุดเด่นของเราและทำให้ตรงนั้นมันแข็งแรงเพื่อที่เราจะได้มีเอกลักษณื ที่เด่นชัดขึ้น เพราะเมื่อโอกาสมา เราจะได้อยู่ในสภาวะที่พร้อมที่สุด สิ่งนี้ก็จะเป็นอีก T หนึ่งก็คือ</p>
<p><b>Timing (</b><b>จังหวะและโอกาส</b><b>)</b></p>
<p><b>T</b> ตัวนี้เป็นสิ่งที่เราควบคุมได้ยากที่สุดใน 3 T’s เพราะว่ามันมักจะไม่ได้ขึ้นอยู่กับเรา แต่เราสามารถที่จะสร้างโอกาสหรือเอาตัวเราเองไปอยู่ในสถานการณ์ที่จะเกิด โอกาสดีๆให้กับ</p>
<p>เราได้  ลองคิดดูนะครับ ว่าถ้าเราหมั่นคอยฝึกฝนตัวเอง และสร้างสภาวะแวดล้อม ของตัวเราเองให้อยู่ในสถานที่ๆที่มักจะกิดโอกาสขึ้น เช่นถ้าเรารู้จักnetworkของคนในวงการเพลง คอยติดตามข่าวสารการประกวดต่างๆ สร้างฐานแฟนเพลงของเรา แล้วเวลามีใครกำลังทำโปรเจคอะไรถ้าเรารู้ก่อนเราก็มีโอกาสมากกว่าคนที่ ไม่รู้ หรือเวลามีโอกาสมาแต่เราไม่ได้เตรียมตัวซ้อมอะไรมาเลยแต่ว่าเราเป็นคนที่ ฝึกฝนอยู่เสมอ</p>
<p>อยู่แล้วเราก็ไม่ต้องเหนื่อยมาก เพราะเรามีประสบการณ์สะสมอยู่แล้ว ตรงนี้ก็จะทำให้เราสามารถออดิชั่นได้ดี</p>
<p>หลายๆสิ่งที่ครูเจพูดถึงในBlogนี้ก็มาจากประสบการณ์การสอนและการใช้ชีวิตในถนนสาย</p>
<p>ดนตรีนี้นะครับ สรุปได้ว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ <b>Tenacity</b> เพราะสามารถช่วยสร้าง <b>Talent</b> และ <b>Timing </b>ให้ กับตัวเราได้ นักเรียนของครูเจที่ประสบความสำเร็จได้เป็นศิลปิน แทบจะทุกคนนั้นฝึกฝนตัวเองอย่างสม่ำเสมอและอยู่ใกล้กับโอกาสเสมอ ครูเจหวังว่าทุกคนที่อ่านBlogนี้แล้วจะเก็บเอาไปคิดและนำเอาประยุกต์ใช้กับ ชีวิตประจำวัน นะครับ Blog หน้าจะพูดเรื่องเทคนิคการร้องเพลงต่อนะครับ <img src='http://www.singwithjay.com/wp-includes/images/smilies/icon_smile.gif' alt=':)' class='wp-smiley' /> </p>
<p>Jay Veerayano</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.singwithjay.com/TH/blog/the-three-ts-to-music-career-success-by-jay-veerayano/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>การเรียนร้องเพลงกับการพัฒนาสมองของเด็ก by Jay Veerayano</title>
		<link>http://www.singwithjay.com/TH/blog/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3/</link>
		<comments>http://www.singwithjay.com/TH/blog/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 26 Sep 2013 11:02:24 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Jay Veerayano</dc:creator>
				<category><![CDATA[Blogs]]></category>
		<category><![CDATA[Jay Veerayano]]></category>
		<category><![CDATA[Performer]]></category>
		<category><![CDATA[Singer]]></category>
		<category><![CDATA[Singing]]></category>
		<category><![CDATA[Singing technique]]></category>
		<category><![CDATA[Vocal coach]]></category>
		<category><![CDATA[vocal training]]></category>
		<category><![CDATA[voice training]]></category>
		<category><![CDATA[ครูสอนร้องเพลง]]></category>
		<category><![CDATA[ครูเจ]]></category>
		<category><![CDATA[ประกวดร้องเพลง]]></category>
		<category><![CDATA[ฝึกร้อง]]></category>
		<category><![CDATA[สอนร้องเพลง]]></category>
		<category><![CDATA[เรียนร้องเพลง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.singwithjay.com/?p=344</guid>
		<description><![CDATA[Benz in &#8220;The Artist Experience Program&#8221;. Singing in a professional recording studio. Singing can be taught to kids as young as 5 years old. การเรียนร้องเพลงกับการพัฒนาสมองของเด็ก หากจะพูดถึงการพัฒนาทักษะของเด็ก สิ่งแรกๆที่ผู้ปกครองหลายๆคนนึกถึง นั้นมักจะเป็นทักษะและวิชาเรียนที่อยู่ในโรงเรียนเช่น คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และวิทยาศาสตร์ ส่วนดนตรีและการร้องเพลงนั้นมักจะถูกมองว่าเป็นเพียงงานอดิเรกหรือเป็นวิชา ที่ไม่จำเป็นมากนัก เพราะว่ามักจะไม่ได้ใช้เพื่อสอบเข้าเรียน ต่อที่สถาบันต่างๆ ครูเจอยากจะบอกว่าคุณพ่อ คุณแม่เหล่านั้นไม่ได้คิดผิดนะครับ เพราะเป็นเรื่องที่สำคัญที่จะให้น้องๆได้เข้าเรียนในสถาบันที่ดีๆ แต่ครูเจอยากจะเรียนให้คุณพ่อคุณแม่ทราบถึงความสำคัญของดนตรี และการร้องเพลงต่อการพัฒนาทักษะโดยรวมของน้องๆนะครับ ดนตรีมีความสำคัญอย่างไรต่อเด็ก?   ดนตรี ส่งผลต่ออารมณ์ของมนุษย์ เคยไหมเวลาที่เราฟังเพลงบางเพลงแล้วเรารู้สึกไปตามอารมณ์ของเพลงๆนั้น เสียงเพลงและเนื้อหาของเพลงทำปฎิกิริยาต่อสมองและ การรับรู้ทางอารมณ์ของเรา การฟังเพลงที่สนุกจะช่วยให้เรารู้สึกผ่อนคลาย และทำให้สมองเราพร้อม ที่จะเรียนรู้ในสิ่งใหม่ๆได้ดีกว่าตอนที่เราเครียดๆ การร้องเพลงก็ช่วยให้เราสนุกขึ้น เมื่อไม่นานมานี้ Time Magazine ก็เขียนถึงประโยชน์ของการร้องเพลงเป็นกลุ่มว่าช่วยให้ ]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<div>
<dl id="attachment_347">
<dt><a href="http://www.singwithjay.com/wp-content/uploads/2013/09/1044236_409771889136290_584052498_n.jpg" rel='prettyPhoto'><img alt="Benz in " src="http://www.singwithjay.com/wp-content/uploads/2013/09/1044236_409771889136290_584052498_n-225x300.jpg" width="225" height="300" /></a></dt>
<dd>Benz in &#8220;The Artist Experience Program&#8221;. Singing in a professional recording studio.</dd>
</dl>
</div>
<div>
<dl id="attachment_360">
<dt><a href="http://www.singwithjay.com/wp-content/uploads/2013/09/photo6.jpg" rel='prettyPhoto'><img alt="Singing can be taught to kids as young as 5 years old." src="http://www.singwithjay.com/wp-content/uploads/2013/09/photo6-300x225.jpg" width="300" height="225" /></a></dt>
<dd>Singing can be taught to kids as young as 5 years old.</dd>
</dl>
</div>
<p><b>การเรียนร้องเพลงกับการพัฒนาสมองของเด็ก </b></p>
<p>หากจะพูดถึงการพัฒนาทักษะของเด็ก สิ่งแรกๆที่ผู้ปกครองหลายๆคนนึกถึง นั้นมักจะเป็นทักษะและวิชาเรียนที่อยู่ในโรงเรียนเช่น คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และวิทยาศาสตร์ ส่วนดนตรีและการร้องเพลงนั้นมักจะถูกมองว่าเป็นเพียงงานอดิเรกหรือเป็นวิชา ที่ไม่จำเป็นมากนัก เพราะว่ามักจะไม่ได้ใช้เพื่อสอบเข้าเรียน ต่อที่สถาบันต่างๆ ครูเจอยากจะบอกว่าคุณพ่อ คุณแม่เหล่านั้นไม่ได้คิดผิดนะครับ เพราะเป็นเรื่องที่สำคัญที่จะให้น้องๆได้เข้าเรียนในสถาบันที่ดีๆ แต่ครูเจอยากจะเรียนให้คุณพ่อคุณแม่ทราบถึงความสำคัญของดนตรี และการร้องเพลงต่อการพัฒนาทักษะโดยรวมของน้องๆนะครับ</p>
<p><b><i>ดนตรีมีความสำคัญอย่างไรต่อเด็ก</i></b><b><i>? </i></b><b><i> </i></b></p>
<p>ดนตรี ส่งผลต่ออารมณ์ของมนุษย์ เคยไหมเวลาที่เราฟังเพลงบางเพลงแล้วเรารู้สึกไปตามอารมณ์ของเพลงๆนั้น เสียงเพลงและเนื้อหาของเพลงทำปฎิกิริยาต่อสมองและ การรับรู้ทางอารมณ์ของเรา การฟังเพลงที่สนุกจะช่วยให้เรารู้สึกผ่อนคลาย และทำให้สมองเราพร้อม ที่จะเรียนรู้ในสิ่งใหม่ๆได้ดีกว่าตอนที่เราเครียดๆ การร้องเพลงก็ช่วยให้เราสนุกขึ้น เมื่อไม่นานมานี้ Time Magazine ก็เขียนถึงประโยชน์ของการร้องเพลงเป็นกลุ่มว่าช่วยให้ มีความสุขมากขึ้น และสามารถทำได้อย่างไม่ยากเย็น</p>
<p><b><i>แล้วการร้องเพลงมีส่วนช่วยอย่างไร?</i></b></p>
<p>เด็กๆ จะพัฒนาทางภาษาได้ดีมากเมื่อใช้การร้องเพลงมาช่วย การจดจำคำศัพย์ การจดจำรูปแบบภาษา เมื่อเด็กได้ยินคำศัพย์ในเพลง เส้นประสาทในสมองจะทำงานและสร้างความสำพันธ์ในเสียงที่ได้ยิน กับความเข้าใจในคำๆนั้น ไปพร้อมๆกับการออกเสียง</p>
<p>การ จดจำท่วงทำนองของเสียงก็ช่วยให้การออกเสียงภาษาชัดเจนมากขึ้น เคยไหมครับเวลาที่เราต้องท่องสูตรคูณ หรือการอ่านกลอนตอนเด็กๆ เราจะทำอย่างเป็นจังหวะ ที่มีรูปแบบชัดเจน เราจะจำมันได้ง่ายขึ้น</p>
<p><b>การร้องเพลงและดนตรียังมีส่วนช่วยเสริมสร้างทักษะในด้านอื่นๆอีก </b>เช่น การเพิ่มความมั่นใจให้กับตัวเอง การสร้างมนุษย์สำพันธ์ที่ดี ทักษะการฟังที่ดีและสร้างสมาธิ สร้างความคิดสร้างสรรค์ สร้างความเป็นตัวของตัวเอง</p>
<p>ทฤษฎีดนตรีก็มีส่วนช่วยให้เข้าใจเรื่อง คณิตศาสตร์ เพราะว่าดนตรีนั้นจริงๆแล้วก็มีพื้นฐานมาจากคณิตศาสตร์ เสียงเพลงเพราะๆที่เราได้ยินนั้น ก็เกิดการที่คลื่นความถี่ของเสียงสูงต่ำหลายๆเสียงที่มีช่วงห่างของเสียงที่ พอเหมาะมารวมกันเกิดเป็นเสียงดนตรีที่เพราะ เปรียบเสมือนกับสมการที่ลงตัว</p>
<p>ดนตรี และการร้องเพลงนั้นจะเป็นทักษะที่จะติดตัวเราไปเสมอ เป็นของขวัญที่คุณพ่อคุณแม่ให้น้องๆได้และน้องๆสามารถนำติดตัวไป ใช้ได้ทั้งชีวิต</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.singwithjay.com/TH/blog/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ฝึกร้องเพลง ด้านเทคนิคการใช้เสียง ครูเจ Jay Veerayano ตอนที่ 1</title>
		<link>http://www.singwithjay.com/TH/blog/thailand-%e0%b8%9d%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%87-%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%84/</link>
		<comments>http://www.singwithjay.com/TH/blog/thailand-%e0%b8%9d%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%87-%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%84/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 11 Sep 2013 07:30:16 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Jay Veerayano</dc:creator>
				<category><![CDATA[Blogs]]></category>
		<category><![CDATA[Jay Veerayano]]></category>
		<category><![CDATA[Performer]]></category>
		<category><![CDATA[Singer]]></category>
		<category><![CDATA[Singing]]></category>
		<category><![CDATA[Singing technique]]></category>
		<category><![CDATA[Vocal coach]]></category>
		<category><![CDATA[vocal training]]></category>
		<category><![CDATA[ครูสอนร้องเพลง]]></category>
		<category><![CDATA[ครูเจ]]></category>
		<category><![CDATA[ประกวดร้องเพลง]]></category>
		<category><![CDATA[ฝึกร้อง]]></category>
		<category><![CDATA[สอนร้องเพลง]]></category>
		<category><![CDATA[เรียนร้องเพลง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.singwithjay.com/?p=209</guid>
		<description><![CDATA[เทคนิคฝึกควบคุมเสียงและการไหลของลม Lip Roll (Lip Trill) เมื่อ คราวที่แล้วครูเจพูดถึงการฝึกร้องเพลงให้ได้ผลดีที่สุดว่า เราควรจะฝึกเทคนิคการใช้เสียงและฝึกสไตล์แยกออกจากกัน คราวนี้เรามาเจาะลึกลงในเรื่องของเทคนิคการใช้เสียงนะครับ เสียงเกิดจากเส้นเสียง(Vocal Cords) ที่อยู่ในกล่องเสียง(Larynx)ของเราเกิดการสะบัดแบบเปิดและปิดอย่างรวดเร็ว เพราะมีการไหลของลมพัดผ่านและสร้างแรงต้านจนเกิดเป็นความถี่เสียงขึ้นนะครับ ถ้าพูดให้เข้าใจและเห็นภาพได้ชัดขึ้นง่ายๆก็อยากให้ลองเป่าปากบรื๋อแบบเวลา เราหนาวมากๆครับ ริมฝีปากทั้งสองข้างก็เปรียบเหมือนกับ เส้นสายเสียง ทั้งสองข้างมาแนบกันและเปิดและปิดอย่างรวดเร็วเพราะว่ามีแรงจากลมที่เป่าออก มา ริมฝีปากก็สร้างแรงต้านลมในขณะที่ลมก็ส่งแรงดันออกไปจึงเกิดเป็นเสียงนะครับ ส่วนการฝึกเทคนิคในที่นี้ครูเจจะแบ่งออกเป็น 3 หมวดใหญ่ๆนะครับ คือ 1. การสร้างความสมดุลให้กับการไหลของลมและแรงต้านของสายเส้นเสียง 2.ตำแหน่งของกล่องเสียงและผลกระทบต่อเสียง 3. การฝึกให้เส้นเสียงทำงานให้ได้อย่างและแนบกันให้ได้ลึกทั้งแผ่น สำหรับการสร้างความสมดุลให้กับการไหลของลมและแรงต้านของสายเส้นเสียง เรา สามารถฝึกได้อย่างง่ายๆเลยในแบบฝึกหัดเป่าปาก หลายๆคนคงเคยเห็นครูเจสอนในรายการทีวีหลายๆรายการมาแล้วนะครับ แบบฝึกหัดนี้สามารถบ่งบอกได้เลยว่าเรามีนิสัยในการใช้ลมอย่างไร ถ้าเราลองเป่าปากแล้วได้ยินเสียงลมเยอะแปลว่าเราใช้ลมเปลืองและเรายังใช้ เส้นสายเสียงไม่พอ ถ้าเราลองเป่าปากแล้วได้ยินเสียงออกมาดังและฟังดูดันๆจนไม่เพราะแปลว่าเรา ใช้ลมเปลืองและเรายังใช้เส้นสายเสียงและกล้ามเนื้อภายนอกกล่องเสียงเยอะไป เสียงที่ดีควรจะฟังออกมาแล้วสบายและมีความทุ้มลึกอยู่ในเสียง และฟังแล้วเหมือนว่าลมจะไม่ไหลหมดง่ายๆ อีกวิธีหนึ่งในการฝึกการสร้างความสมดุลให้กับการไหลของลมและแรงต้านของสายเส้นเสียง คือ การรัวลิ้นแล้วลากเสียงออกไป วิธีนี้ก็มีประโยชน์และวิธีการทำก็คล้ายๆกันกับแบบเป่าปากนะครับ แต่วิธีนี้ครูเจรู้สึกว่าจะมีแนวโน้มช่วยให้เสียงกังวาลไปทางด้านเพดานอ่อน มากกว่านิดหน่อย ซึ่งสิ่งนี้ก็เป็นสิ่งที่ดีที่นักร้องควรจะรู้สึกเวลาร้องเพลงเพราะจะช่วย ให้เราสามารถร้องโน้ตสูงๆได้ดีขึ้นครับ สำหรับวีดีโอในการอธิบายครูเจเคยพูดไว้ในรายการ Music Guru ทางช่อง GMM Music สามารถคลิ้กเข้าไปดูเพิ่มเติมในคลิปนี้ได้เลยนะครับ ]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<div>
<dl id="attachment_226">
<dt>
<div id="attachment_314" class="wp-caption alignnone" style="width: 310px"><a href="http://www.singwithjay.com/wp-content/uploads/2013/09/1-50-300x2001.jpg" rel='prettyPhoto'><img class="size-full wp-image-314" alt="แบบฝึกหัดเป่าปาก Lip Roll (Lip Trill)" src="http://www.singwithjay.com/wp-content/uploads/2013/09/1-50-300x2001.jpg" width="300" height="200" /></a><p class="wp-caption-text">แบบฝึกหัดเป่าปาก Lip Roll (Lip Trill)</p></div>
</dt>
<dd>เทคนิคฝึกควบคุมเสียงและการไหลของลม Lip Roll (Lip Trill)</dd>
</dl>
</div>
<div>
<dl id="attachment_242">
<dt>
<div id="attachment_315" class="wp-caption alignnone" style="width: 310px"><a href="http://www.singwithjay.com/wp-content/uploads/2013/09/1-197-300x2001.jpg" rel='prettyPhoto'><img class="size-full wp-image-315" alt="ภาพจาก Workshop สอนร้องเพลง โดยครูเจ" src="http://www.singwithjay.com/wp-content/uploads/2013/09/1-197-300x2001.jpg" width="300" height="200" /></a><p class="wp-caption-text">ภาพจาก Workshop สอนร้องเพลงที่ GMM Auditorium โดยครูเจ</p></div>
</dt>
<dd></dd>
</dl>
</div>
<p>เมื่อ คราวที่แล้วครูเจพูดถึงการฝึกร้องเพลงให้ได้ผลดีที่สุดว่า เราควรจะฝึกเทคนิคการใช้เสียงและฝึกสไตล์แยกออกจากกัน คราวนี้เรามาเจาะลึกลงในเรื่องของเทคนิคการใช้เสียงนะครับ เสียงเกิดจากเส้นเสียง(Vocal Cords) ที่อยู่ในกล่องเสียง(Larynx)ของเราเกิดการสะบัดแบบเปิดและปิดอย่างรวดเร็ว เพราะมีการไหลของลมพัดผ่านและสร้างแรงต้านจนเกิดเป็นความถี่เสียงขึ้นนะครับ ถ้าพูดให้เข้าใจและเห็นภาพได้ชัดขึ้นง่ายๆก็อยากให้ลองเป่าปากบรื๋อแบบเวลา เราหนาวมากๆครับ ริมฝีปากทั้งสองข้างก็เปรียบเหมือนกับ เส้นสายเสียง ทั้งสองข้างมาแนบกันและเปิดและปิดอย่างรวดเร็วเพราะว่ามีแรงจากลมที่เป่าออก มา ริมฝีปากก็สร้างแรงต้านลมในขณะที่ลมก็ส่งแรงดันออกไปจึงเกิดเป็นเสียงนะครับ ส่วนการฝึกเทคนิคในที่นี้ครูเจจะแบ่งออกเป็น 3 หมวดใหญ่ๆนะครับ คือ</p>
<p>1. การสร้างความสมดุลให้กับการไหลของลมและแรงต้านของสายเส้นเสียง</p>
<p>2.ตำแหน่งของกล่องเสียงและผลกระทบต่อเสียง</p>
<p>3. การฝึกให้เส้นเสียงทำงานให้ได้อย่างและแนบกันให้ได้ลึกทั้งแผ่น</p>
<p><em><strong>สำหรับการสร้างความสมดุลให้กับการไหลของลมและแรงต้านของสายเส้นเสียง</strong></em></p>
<p>เรา สามารถฝึกได้อย่างง่ายๆเลยในแบบฝึกหัดเป่าปาก หลายๆคนคงเคยเห็นครูเจสอนในรายการทีวีหลายๆรายการมาแล้วนะครับ แบบฝึกหัดนี้สามารถบ่งบอกได้เลยว่าเรามีนิสัยในการใช้ลมอย่างไร ถ้าเราลองเป่าปากแล้วได้ยินเสียงลมเยอะแปลว่าเราใช้ลมเปลืองและเรายังใช้ เส้นสายเสียงไม่พอ ถ้าเราลองเป่าปากแล้วได้ยินเสียงออกมาดังและฟังดูดันๆจนไม่เพราะแปลว่าเรา ใช้ลมเปลืองและเรายังใช้เส้นสายเสียงและกล้ามเนื้อภายนอกกล่องเสียงเยอะไป เสียงที่ดีควรจะฟังออกมาแล้วสบายและมีความทุ้มลึกอยู่ในเสียง และฟังแล้วเหมือนว่าลมจะไม่ไหลหมดง่ายๆ</p>
<p>อีกวิธีหนึ่งในการฝึก<em><strong>การสร้างความสมดุลให้กับการไหลของลมและแรงต้านของสายเส้นเสียง</strong> </em>คือ การรัวลิ้นแล้วลากเสียงออกไป วิธีนี้ก็มีประโยชน์และวิธีการทำก็คล้ายๆกันกับแบบเป่าปากนะครับ แต่วิธีนี้ครูเจรู้สึกว่าจะมีแนวโน้มช่วยให้เสียงกังวาลไปทางด้านเพดานอ่อน มากกว่านิดหน่อย ซึ่งสิ่งนี้ก็เป็นสิ่งที่ดีที่นักร้องควรจะรู้สึกเวลาร้องเพลงเพราะจะช่วย ให้เราสามารถร้องโน้ตสูงๆได้ดีขึ้นครับ</p>
<p>สำหรับวีดีโอในการอธิบายครูเจเคยพูดไว้ในรายการ Music Guru ทางช่อง GMM Music สามารถคลิ้กเข้าไปดูเพิ่มเติมในคลิปนี้ได้เลยนะครับ <a href="http://youtu.be/Cz61Kg1GHY8">คลิปแนะนำวิธีการหายใจที่เหมาะสมสำหรับการร้องเพลง</a></p>
<p>สำหรับ วิธีการฝึกเพิ่มเติมต่อจากนี้ครูเจขอเอามาแชร์ให้พวกเราคราวหน้านะครับ เดี๋ยวโพสจะยาวไปแล้วจะอ่านไม่เข้าใจ ใครอ่านแล้วชอบก็แชร์ๆให้เพื่อนๆด้วยนะครับ สำหรับคนที่อยากเรียนร้องเพลง ครูเจอยากให้ทุกคนฝึกอย่างสม่ำเสมอเอาให้เป็นกิจวัตรประจำวันไปเลยนะครับจะ ได้เก่งเร็วๆ หาความรุ้เพิ่มเติมให้ตัวเองอยู่อย่างเสมอนะครับ ใครอยากมาเรียนกับครูเจก็โทรมาได้เลยที่ Grammy Vocal Studio 026699988 นะครับ เดี๋ยวเจอกันใหม่คราวหน้านะครับ <img src='http://www.singwithjay.com/wp-includes/images/smilies/icon_smile.gif' alt=':)' class='wp-smiley' /> </p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.singwithjay.com/TH/blog/thailand-%e0%b8%9d%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%87-%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%84/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ฝึกร้องเพลงอย่างไรให้ได้ผลดีที่สุด ครูเจ Jay Veerayano</title>
		<link>http://www.singwithjay.com/TH/blog/how-should-we-practice-singing-by-jay-veerayano/</link>
		<comments>http://www.singwithjay.com/TH/blog/how-should-we-practice-singing-by-jay-veerayano/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 20 Aug 2013 06:16:06 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Jay Veerayano</dc:creator>
				<category><![CDATA[Blogs]]></category>
		<category><![CDATA[Jay Veerayano]]></category>
		<category><![CDATA[Singer]]></category>
		<category><![CDATA[Singing]]></category>
		<category><![CDATA[Singing technique]]></category>
		<category><![CDATA[Vocal coach]]></category>
		<category><![CDATA[vocal training]]></category>
		<category><![CDATA[voice training]]></category>
		<category><![CDATA[ครูสอนร้องเพลง]]></category>
		<category><![CDATA[ครูเจ]]></category>
		<category><![CDATA[สอนร้องเพลง]]></category>
		<category><![CDATA[เรียนร้องเพลง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.singwithjay.com/?p=141</guid>
		<description><![CDATA[การเรียนร้องเพลงสำหรับผู้เรียนสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการฝึกซ้อมอย่างถูกวิธีและสม่ำเสมอนะครับ เวลาฝึกให้แยกด้วยว่าเราฝึกเทคนิคหรือฝึกสไตล์อยู่ ถ้าฝึกเทคนิคก็ไม่ต้องใส่สไตล์อะไรแต่ว่าเราควรจะเริ่มฝึกสไตล์เมื่อเราเริ่มใช้เทคนิคที่ดีได้ระดับหนึ่งแล้วนะครับ เวลาฝึกสไตล์เพลงสิ่งที่จะช่วยให้เราเข้าใจและปฎิบัติได้ดีคือทักษะเรื่อง Musicianship นะครับ ไม่ว่าจะเป็นการอ่านโน้ต ฟังคู่เสียง ร้องscaleต่างๆ การฟังและแยกGrooveในเพลงแต่ละแนวให้ออก ถ้าเรามีตรงนี้การสร้างสไตล์การร้องจะชัดเจนขึ้นมากนะครับ Quin is working on applying techniques into song with me in the studio. การ ฝึกทางเทคนิค ควรจะฝึกเป็นช่วงสั้นๆแบบบ่อยๆจะได้ผลดีกว่าฝึกที่ละหลายชั่วโมงนะครับ จำไว้ว่าเรากำลังจะสร้างนิสัยทางการร้องแบบใหม่ไม่ได้ฝึกเพื่อไปร้องเพลงแบบ มาราธอน นะครับ หลายครั้งที่ครูเจรู้สึกว่าการฝึกตอนเช้าเสียงขึ้นได้สูงแบบสบายเลย(หลังจาก การวอร์มอัฟ)ไปสัก10 นาทีนะครับ เพราะเส้นเสียงได้พักเลยทำให้เสียงมีความทุ้มและยังไม่ตึงมาก หลักการที่ครูเจเชื่อคือว่าถ้าเส้นเสียงตึงและบีบเสียงที่ได้ก็จะออกมาแบบ บีบๆไปด้วย เราถึงต้องฝึกให้กล่องเสียงไม่ยกเวลาร้องเพลงและไม่ให้กล้ามเนื้อภายนอก กล่องเสียงเข้ามาขัดขวางการทำงานของเส้นเสียงไงครับ แก้วกำลังร้องเพลง &#8220;As long as you love me&#8221; การ ฝึกสไตล์ที่ดีที่สุดคือการอัฟเอทห้องสมุดในสมองเราให้มีข้อมูลทางดนตรีเยอะๆ เวลาฟังเพลงนอกจะฟังแนวที่ชอบแล้วเราควรจะฟังแนวที่เราไม่ถนัดด้วยเพื่อ เพิ่มเสียงอ้างอิงในหัวเรานะครับ แต่เราก็คงไม่ต้องฟังเพลงนอกแนวเรามากเกินไปนะครับ อย่างเช่นถ้าเราเป็นนักร้องเพลง Pop เราควรจะฟังเพลงแนว R&#038;B, Jazz, ]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<div>
<div>
<div>การเรียนร้องเพลงสำหรับผู้เรียน<wbr />สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการฝึกซ้อ<wbr />มอย่างถูกวิธีและสม่ำเสมอนะครับ<wbr /> เวลาฝึกให้แยกด้วยว่าเราฝึกเทคน<wbr />ิคหรือฝึกสไตล์อยู่ ถ้าฝึกเทคนิคก็ไม่ต้องใส่สไตล์อ<wbr />ะไรแต่ว่าเราควรจะเริ่มฝึกสไตล์<wbr />เมื่อเราเริ่มใช้เทคนิคที่ดีได้<wbr />ระดับหนึ่งแล้วนะครับ เวลาฝึกสไตล์เพลงสิ่งที่จะช่วยใ<wbr />ห้เราเข้าใจและปฎิบัติได้ดีคือท<wbr />ักษะเรื่อง Musicianship นะครับ ไม่ว่าจะเป็นการอ่านโน้ต ฟังคู่เสียง ร้องscaleต่างๆ การฟังและแยกGrooveในเพลงแต่ละแ<wbr />นวให้ออก ถ้าเรามีตรงนี้การสร้างสไตล์การ<wbr />ร้องจะชัดเจนขึ้นมากนะครับ</div>
<div>
<div>
<dl id="attachment_147">
<dt><a href="http://www.singwithjay.com/wp-content/uploads/2013/08/SPP3969.jpg" rel='prettyPhoto'><img alt="Quin is working on applying techniques into song with me in the studio." src="http://www.singwithjay.com/wp-content/uploads/2013/08/SPP3969-300x198.jpg" width="300" height="198" /></a></dt>
<dd>Quin is working on applying techniques into song with me in the studio.</dd>
</dl>
</div>
</div>
<div>
<p>การ ฝึกทางเทคนิค ควรจะฝึกเป็นช่วงสั้นๆแบบบ่อยๆจะได้ผลดีกว่าฝึกที่ละหลายชั่วโมงนะครับ จำไว้ว่าเรากำลังจะสร้างนิสัยทางการร้องแบบใหม่ไม่ได้ฝึกเพื่อไปร้องเพลงแบบ มาราธอน นะครับ หลายครั้งที่ครูเจรู้สึกว่าการฝึกตอนเช้าเสียงขึ้นได้สูงแบบสบายเลย(หลังจาก การวอร์มอัฟ)ไปสัก10 นาทีนะครับ เพราะเส้นเสียงได้พักเลยทำให้เสียงมีความทุ้มและยังไม่ตึงมาก หลักการที่ครูเจเชื่อคือว่าถ้าเส้นเสียงตึงและบีบเสียงที่ได้ก็จะออกมาแบบ บีบๆไปด้วย เราถึงต้องฝึกให้กล่องเสียงไม่ยกเวลาร้องเพลงและไม่ให้กล้ามเนื้อภายนอก กล่องเสียงเข้ามาขัดขวางการทำงานของเส้นเสียงไงครับ</p>
<div>
<dl id="attachment_156">
<dt><a href="http://www.singwithjay.com/wp-content/uploads/2013/08/photo24.jpg" rel='prettyPhoto'><img alt="แก้วกำลังร้องเพลง " src="http://www.singwithjay.com/wp-content/uploads/2013/08/photo24-225x300.jpg" width="225" height="300" /></a></dt>
<dd>แก้วกำลังร้องเพลง &#8220;As long as you love me&#8221;</dd>
</dl>
</div>
</div>
<div></div>
<div>การ ฝึกสไตล์ที่ดีที่สุดคือการอัฟเอทห้องสมุดในสมองเราให้มีข้อมูลทางดนตรีเยอะๆ เวลาฟังเพลงนอกจะฟังแนวที่ชอบแล้วเราควรจะฟังแนวที่เราไม่ถนัดด้วยเพื่อ เพิ่มเสียงอ้างอิงในหัวเรานะครับ แต่เราก็คงไม่ต้องฟังเพลงนอกแนวเรามากเกินไปนะครับ อย่างเช่นถ้าเราเป็นนักร้องเพลง Pop เราควรจะฟังเพลงแนว R&#038;B, Jazz, Soul เพิ่มแล้วค่อยขยายไปแนว Musical Theater และ Classic นะครับ อาจจะไม่จำเป็นที่ะต้องเพลงแนวHard Rockแบบว้ากๆ ไปเพราะคงจะไม่ได้ใช้เท่าไหร่ แต่ถ้าใครชอบฟังเพราะชอบส่วนตัวอันนี้เราไม่ว่ากันนะครับ และมันค่อนค่อนข้างสำคัญที่เราจะมีIdol ในการร้องเพลงอยู่หลายๆคนในแต่ละแนวเพลงเพื่อเราจะได้เรียนจากนั้นนะครับ สมัยนี้ทำresearchไม่ยาก Google เอาแป้ปเดียวก็รู้แล้ว ครูเจจะรู้เลยว่าIdolของเราตอนเด็กๆเค้ามีอิทธิพลทางดนตรีจากใคร พอเรารู้แล้วเราก็ไปฟังเพลงเค้าเพื่อเราจะได้เข้าใจว่าเสียงและStyle ที่Idolเรานั้นร้องนั้นมันมีที่มาที่ไปอย่างไรนะครับ เดี๋ยวคราวหน้าครูเจจะเอาแบบฝึกหัดมาแชร์ในนี้นะครับ ฝากพวกเราติดตามกันและแชร์ให้เพื่อนๆฟังด้วยนะครับ</div>
</div>
</div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.singwithjay.com/TH/blog/how-should-we-practice-singing-by-jay-veerayano/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ทำความรู้จักกันนะครับ :)</title>
		<link>http://www.singwithjay.com/TH/blog/getting-to-know-me/</link>
		<comments>http://www.singwithjay.com/TH/blog/getting-to-know-me/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 08 Aug 2013 16:09:06 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Jay Veerayano</dc:creator>
				<category><![CDATA[Blogs]]></category>
		<category><![CDATA[Vocal]]></category>
		<category><![CDATA[Jay Veerayano]]></category>
		<category><![CDATA[Performer]]></category>
		<category><![CDATA[Singer]]></category>
		<category><![CDATA[Singing]]></category>
		<category><![CDATA[Vocal coach]]></category>
		<category><![CDATA[vocal training]]></category>
		<category><![CDATA[voice training]]></category>
		<category><![CDATA[ครูสอนร้องเพลง]]></category>
		<category><![CDATA[ครูเจ]]></category>
		<category><![CDATA[ฝึกร้อง]]></category>
		<category><![CDATA[สอนร้องเพลง]]></category>
		<category><![CDATA[เรียนร้องเพลง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.singwithjay.com/?p=71</guid>
		<description><![CDATA[สวัสดีครับ ครูเจนะครับ เพิ่งจะมาทำblog เป็นเรื่องเป็นราวครั้งแรก มีคนยังสงสัยว่าทำไม่ไม่ทำมาตั้งนานแล้ว ขอตอบเลยครับว่ายุ่งมากๆเลยไม่ค่อยมีเวลา แต่ตอนนี้ก็ยังยุ่งอยู่เหมือนเดิมแต่สัญญาแล้วว่าจะต้องทำให้ได้ อยู่ในวงการดนตรีมากว่า 15 ปีแล้วก็เลยได้ฤกษ์ซะที ใน Blog อันนี้ครูเจจะแชร์เรื่องความรู้เกี่ยวกับดนตรีและการร้องเพลงนะครับ สามารถเข้ามาทักกันได้นะครับ ก่อนที่จะเริ่อมเขียนเกี่ยวกับการร้องเพลง ขอให้ครูเจเล่าประสบการณ์ทางดนตรีและการเรียนร้องเพลงให้พวกเรากันก่อนดีกว่านะครับ เดี๋ยวจะหาว่าเอาอะไรไม่รู้มาสอน 555 ตอนนี้ครูเจเป็น Managing Director และ Master teacher ของสถาบันสอนร้องเพลงและดนตรี Grammy Vocal Studio ของ GMM Grammy ครูเจสอนอยู่ที่Grammy มา 12 ปีกว่าแล้วครับ ชอบและรักงานนี้มากๆ มีโอกาสได้ร่วมงานกับศิลปินชั้นแนวหน้าในเมืองไทยหลายคน ก็ภูมิใจและรุ้สึกดีที่เราสามารถเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้มารตราฐานการร้องเพลงของคนไทยดีขึ้นนะครับ ครูเจได้มีโอกาสเข้ามาดูแลเรื่องการฝึกและพัฒนาศิลปินของGMM Grammyด้วยนะครับ โดยที่ส่วนใหญ่ครูเจจะดูเรื่องการร้องเพลงและการสร้างสไตล์การร้อง ส่วนศิลปินที่ครูเจเคยมีโอกาสสอนก็มีหลายคนมากๆเช่น ปันปัน เต็มฟ้า ,สน ยุกต์, Air เดอะมูส, Fifi, พลอยชมพุ, กอล์ฟ  Pichaya, บี้ สุกฤษดิ์, เฟรม ]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p>สวัสดีครับ ครูเจนะครับ เพิ่งจะมาทำblog เป็นเรื่องเป็นราวครั้งแรก มีคนยังสงสัยว่าทำไม่ไม่ทำมาตั้งนานแล้ว ขอตอบเลยครับว่ายุ่งมากๆเลยไม่ค่อยมีเวลา แต่ตอนนี้ก็ยังยุ่งอยู่เหมือนเดิมแต่สัญญาแล้วว่าจะต้องทำให้ได้ อยู่ในวงการดนตรีมากว่า 15 ปีแล้วก็เลยได้ฤกษ์ซะที ใน Blog อันนี้ครูเจจะแชร์เรื่องความรู้เกี่ยวกับดนตรีและการร้องเพลงนะครับ สามารถเข้ามาทักกันได้นะครับ ก่อนที่จะเริ่อมเขียนเกี่ยวกับการร้องเพลง ขอให้ครูเจเล่าประสบการณ์ทางดนตรีและการเรียนร้องเพลงให้พวกเรากันก่อนดีกว่านะครับ เดี๋ยวจะหาว่าเอาอะไรไม่รู้มาสอน 555 ตอนนี้ครูเจเป็น Managing Director และ Master teacher ของสถาบันสอนร้องเพลงและดนตรี Grammy Vocal Studio ของ GMM Grammy ครูเจสอนอยู่ที่Grammy มา 12 ปีกว่าแล้วครับ ชอบและรักงานนี้มากๆ มีโอกาสได้ร่วมงานกับศิลปินชั้นแนวหน้าในเมืองไทยหลายคน ก็ภูมิใจและรุ้สึกดีที่เราสามารถเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้มารตราฐานการร้องเพลงของคนไทยดีขึ้นนะครับ ครูเจได้มีโอกาสเข้ามาดูแลเรื่องการฝึกและพัฒนาศิลปินของGMM Grammyด้วยนะครับ โดยที่ส่วนใหญ่ครูเจจะดูเรื่องการร้องเพลงและการสร้างสไตล์การร้อง ส่วนศิลปินที่ครูเจเคยมีโอกาสสอนก็มีหลายคนมากๆเช่น ปันปัน เต็มฟ้า ,สน ยุกต์, Air เดอะมูส, Fifi, พลอยชมพุ, กอล์ฟ  Pichaya, บี้ สุกฤษดิ์, เฟรม สุภัคชญา, แบมบี้ สิริโสพิน, กวาง The Star, พี่แหวน ฐิติมา, เต้น นรารักษ์, เตชิน, ญาญ่า ญิ๋ง, แนน วาทิยา, แพรว คณิตกุล, พิม Zaza, แก้ว Zaza, หวาน Zaza, เจนนี่ โปลิตานนท์, นาวิน ต้าร์, นก KPN, ก๊อง KPN, อาร์ม KPN นะครับ แล้วตอนนี้ก็กำลังดูแลควบคุมการร้องของคอนเสิร์ตใหญ่ประจำปีนี้ Grammy Happy Face Tival Party Reunion Concert ตอนนี้ก็ซ้อมกันหนักทุกคนเลยครับ ใครมีโอกาสก็ไปดูกันนะครับ งานนี้สนุกแน่ๆ มีเพลงฮิตเยอะมากๆ ทุกคนร้องดีจริงๆครับ</p>
<p><a href="http://www.singwithjay.com/wp-content/uploads/2013/08/382501_661503900532154_2118360033_n.jpg" rel='prettyPhoto'><img class="alignnone size-medium wp-image-112" alt="Grammy HAppy Face Tival Party reunion Concert" src="http://www.singwithjay.com/wp-content/uploads/2013/08/382501_661503900532154_2118360033_n-285x300.jpg" width="285" height="300" /></a></p>
<div id="attachment_73" class="wp-caption alignnone" style="width: 310px"><a href="http://www.singwithjay.com/wp-content/uploads/2013/08/photo.jpg" rel='prettyPhoto'><img class="size-medium wp-image-73" alt="This is a shot of me doing a singing workshop in a high school. รูปตอนที่ไปทำworkshop สอนร้องเพลง ที่โรงเรียน สาธิตประสานมิตร " src="http://www.singwithjay.com/wp-content/uploads/2013/08/photo-300x225.jpg" width="300" height="225" /></a><p class="wp-caption-text">This is a shot of me doing a singing workshop in a high school. รูปตอนที่ไปทำworkshop สอนร้องเพลง ที่โรงเรียน สาธิตประสานมิตร</p></div>
<div id="attachment_24" class="wp-caption alignnone" style="width: 310px"><a href="http://www.singwithjay.com/wp-content/uploads/2013/08/1920x500.jpg" rel='prettyPhoto'><img class="size-medium wp-image-24" alt="รูปในสตูดิโอสอนร้องเพลงของครูเจ" src="http://www.singwithjay.com/wp-content/uploads/2013/08/1920x500-300x78.jpg" width="300" height="78" /></a><p class="wp-caption-text">รูปในสตูดิโอสอนร้องเพลงของครูเจ</p></div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.singwithjay.com/TH/blog/getting-to-know-me/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
