<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ครูเจ สอนร้องเพลง Voice Lessons, Vocal Coach &#187; Blogs</title>
	<atom:link href="http://www.singwithjay.com/category/blog/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.singwithjay.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Mon, 03 May 2021 08:08:05 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.5.2</generator>
		<item>
		<title>เลือกเพลงอย่างไรให้เหมาะกับการพัฒนาเสียงร้องของเรา</title>
		<link>http://www.singwithjay.com/blog/%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%ab/</link>
		<comments>http://www.singwithjay.com/blog/%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%ab/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 01 Apr 2015 04:39:38 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Jay Veerayano</dc:creator>
				<category><![CDATA[Blogs]]></category>
		<category><![CDATA[GMM Grammy]]></category>
		<category><![CDATA[Jay Veerayano]]></category>
		<category><![CDATA[Performer]]></category>
		<category><![CDATA[Singer]]></category>
		<category><![CDATA[Singing]]></category>
		<category><![CDATA[Singing technique]]></category>
		<category><![CDATA[Vocal coach]]></category>
		<category><![CDATA[vocal training]]></category>
		<category><![CDATA[voice training]]></category>
		<category><![CDATA[ครูสอนร้องเพลง]]></category>
		<category><![CDATA[ครูเจ]]></category>
		<category><![CDATA[ประกวดร้องเพลง]]></category>
		<category><![CDATA[ฝึกร้อง]]></category>
		<category><![CDATA[สอนร้องเพลง]]></category>
		<category><![CDATA[เรียนร้องเพลง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.singwithjay.com/?p=453</guid>
		<description><![CDATA[สวัสดีครับทุกคน วันนี้ครูเจจะช่วยแนะนำวิธีการเลือกเพลงเพื่อให้เหมาะกับระดับการพัฒนาเสียงของแต่ละคนนะครับ เคยไหมครับที่เวลาร้องเพลงแล้วรู้สึกว่าบางเพลงร้องง่าย ร้องยากไม่เหมือนกันทั้งๆที่อยู่ในคีย์เดียวกัน และโน้ตตัวสูงหรือต่ำก็พอๆกัน เวลาเราจะเลือกเพลงที่ร้อง เราควรจะพิจารณาเรื่อง เมโลดี้ของเพลง และความช้า ความเร็วของเพลง และเพลงนี้มีเนื้อเพลงที่เยอะหรือไม่ และที่สำคัญคือเราจะต้องดูด้วยว่าเรากำลังฝึกอะไรในตัวเราให้พัฒนานะครับ เดี๋ยวครูเจจะแบ่งออกตามSkill การร้องของแต่ละคนนะครับ สำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มร้องเพลงและยังไม่ถนัดในการควบคุมเสียงมากนัก                                                                                 ]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<div>
<dl id="attachment_443">
<dt></dt>
<dd>
<div id="attachment_443" class="wp-caption alignnone" style="width: 310px"><a href="http://www.singwithjay.com/wp-content/uploads/2015/04/แวว-singing.jpg" rel='prettyPhoto'><img class="size-medium wp-image-443" alt="Weaw is singing Minnie Riperton's " src="http://www.singwithjay.com/wp-content/uploads/2015/04/แวว-singing-300x200.jpg" width="300" height="200" /></a><p class="wp-caption-text">Weaw is singing Minnie Riperton&#8217;s &#8220;Lovin&#8217; you&#8221;<br />G Vocal Student Concert</p></div>
</dd>
</dl>
</div>
<p>สวัสดีครับทุกคน วันนี้ครูเจจะช่วยแนะนำวิธีการเลือกเพลงเพื่อให้เหมาะกับระดับการพัฒนาเสียงของแต่ละคนนะครับ เคยไหมครับที่เวลาร้องเพลงแล้วรู้สึกว่าบางเพลงร้องง่าย ร้องยากไม่เหมือนกันทั้งๆที่อยู่ในคีย์เดียวกัน และโน้ตตัวสูงหรือต่ำก็พอๆกัน เวลาเราจะเลือกเพลงที่ร้อง เราควรจะพิจารณาเรื่อง เมโลดี้ของเพลง และความช้า ความเร็วของเพลง และเพลงนี้มีเนื้อเพลงที่เยอะหรือไม่ และที่สำคัญคือเราจะต้องดูด้วยว่าเรากำลังฝึกอะไรในตัวเราให้พัฒนานะครับ เดี๋ยวครูเจจะแบ่งออกตามSkill การร้องของแต่ละคนนะครับ</p>
<p><strong>สำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มร้องเพลงและยังไม่ถนัดในการควบคุมเสียงมากนัก                                                                                                                                                                               </strong>เราควรจะเลือกเพลงที่มีจังหวะปานกลางหรือเร็วและมีความกว้างของเสียงที่ไม่มากเกินไปนะครับ ที่แนะนำให้เลือกเพลงมีจังหวะหน่อยก็เพราะว่าเราจะเป็นแกมบังคับให้เส้นเสียงทำงานอย่างจริงจังและช่วยสร้างเนื้อเสียงที่ชัดเจน เพลงแบบมีจังหวะ ตามธรรมชาติแล้วจะทำให้เรามีความตื่นตัว เสียงก็จะไม่มีลมเยอะเพราะเนื้อเพลงและจังหวะจะไม่เปิดโอกาสให้ปล่อยลมมากเกินไป แถมเวลาร้องยังสนุกด้วย และลักษณะของเสียงที่ครูเจอยากให้โฟกัสคือเสียงChest Voice เสียงChest เป็นเสียงที่สำคัญที่สุดเพราะเป็นเสียงที่ทุกคนต้องใช้ให้ได้ดีและจะเป็นฐานให้กับเนื้อเสียงทุกช่วงเสียงครับ เพลงที่มีเมโลดี้ส่วนใหญ่อยู่ในช่วงเสียง Chest และไม่สูงเกิน 1st Bridge มาก ยกตัวอย่างเช่น เพลง &#8220;ชักดิ้นชักงอ&#8221; ของพลอยชมพู, &#8221;อยู่ๆก็มาปรากฎตัวในหัวใจ&#8221; ของ พิจิกา เพลง &#8220;คิดถึงนะ&#8221; ของ แพรว &#8220;You, You, You&#8221; เอิ้ต ภัทรวี, เพลง &#8220;สิ่งสำคัญ(คีย์C) ของ ดา เอ็นโดฟิน, &#8220;Try&#8221; ของ Colbie Calliat และเพลง Standardต่างๆ เช่นเพลง &#8220;Fly me to the moon&#8221; หรือ &#8220;All of me&#8221; (เพลงแจ้สนะครับไม่ใช่ของ John Legend) อะไรประมานนี้นะครับ ทั้งนี้ทั้งนั้นครูผู้สอนสามารถเลือกเพลงอะไรก็ได้ตราบใดที่ปรับคีย์ให้ไม่สูงเกินไปนะครับ</p>
<p><strong>สำหรับผู้ที่มีพื้นฐานมาบ้างแล้วและกำลังฝึกเทคนิคเพื่อขยายช่วงเสียง</strong>                                                                                                                                                                                        สามารถร้องได้ทุกจังหวะแต่ว่าจะต้องเลือกเพลงที่มีโน้ตสูงกว่าช่วงFirst Bridge โดยที่เมโลดี้สูงไม่ต้องโหนมากไปและลากไม่ยาวเกินไป และโน้ตที่สูงไม่ใช่โน้ตส่วนใหญ่ของเพลงในแต่ละท่อนนะครับ นึกถึงเพลงที่มีโน้ตสูงแบบแตะๆแล้วก็ลง เพลงตัวอย่างก็เช่นเพลง &#8220;จากนี้ไปจนนิรันดร์&#8221; เอ้ะ จิรากร, &#8220;ไกลแค่ไหนคือไกล้&#8221; ของ Getsunova เพลง &#8220;All of me ของ John Legend, &#8220;Home&#8221; ของ Michael Buble, เพลง &#8220;I&#8217;m yours&#8221; ของ Jason Mraz, &#8220;A Team&#8221; ของ Ed Sheeran</p>
<div>
<dl id="attachment_442">
<dt></dt>
<dd>
<div id="attachment_442" class="wp-caption alignnone" style="width: 310px"><a href="http://www.singwithjay.com/wp-content/uploads/2015/04/Organ-singing.jpg" rel='prettyPhoto'><img class="size-medium wp-image-442" alt="Organ is belting out Josh Gorban's " src="http://www.singwithjay.com/wp-content/uploads/2015/04/Organ-singing-300x200.jpg" width="300" height="200" /></a><p class="wp-caption-text">Organ is belting out Josh Gorban&#8217;s &#8220;You raise me up&#8221; G Vocal Student Concert</p></div>
</dd>
</dl>
</div>
<p><strong>สำหรับผู้ที่ฝึกร้องเพลงอย่างสม่ำเสมอและมีเทคนิคการร้องที่ค่อนข้างแข็งแรงแล้ว </strong>                                                                                                                                                               วัตถูประสงค์ในการเลือกเพลงสำหรับนักร้องกลุ่มนี้คือการฝึกเพื่อพัฒนาและท้าทายความสามารถทางการร้องของตัวเอง เพลงที่เลือกควรจะเป็นเพลงที่มีโน้ตร้องผ่่านช่วงเสียงอย่างน้อย 2 ช่วง หรือมีโน้ตที่อยู่ในช่วงต่อของเสียงเยอะหน่อย เพราะว่าเราต้องการสร้างความยืดหยุ่นของเสียง และความราบลื่นในการร้องผ่านช่วงต่อของเสียง เพลงแบบนี้จะเป็นเพลงที่ร้องยากและเหนื่อยง่าย เวลาฝึกควรจะฝึกกับครูที่สามารถสอนเราให้ออกเสียงอย่างถูกวิธีนะครับ เพลงแนวนี้คือเพลงที่เราฟังแล้วเสียงสูงๆ และมีการลากเสียงเยอะๆนั่นแหละครับ เพลงละครบอร์ดเวย์ต่างๆเช่น &#8220;On my own&#8221; จาก Les Miserable หรือ &#8220;I&#8217;d give my life for you&#8221; จาก Miss Saigon หรือเพลง &#8220;สิ่งที่มันกำลังเกิด&#8221; เอ๊ะ จิระกร, เพลง &#8220;Thinking out loud&#8221; ของ Ed Sheeran, &#8220;Home&#8221; จากละครเพลง &#8220;Beauty and the Beast&#8221;, &#8220;Home&#8221; จาก ละครเพลงเรื่อง &#8220;The Wiz&#8221;, เพลง &#8220;Problem&#8221; ของ Ariana Grande ( จะว่าไปเพลงของคนนี้ร้องยากทั้งนั้น 555)</p>
<div>
<dl id="attachment_441">
<dt></dt>
<dd>
<div id="attachment_441" class="wp-caption alignnone" style="width: 310px"><a href="http://www.singwithjay.com/wp-content/uploads/2015/04/Oob-singing.jpg" rel='prettyPhoto'><img class="size-medium wp-image-441" alt="โอบ ร้องเพลง " src="http://www.singwithjay.com/wp-content/uploads/2015/04/Oob-singing-300x200.jpg" width="300" height="200" /></a><p class="wp-caption-text">โอบ ร้องเพลง &#8220;เราถูกสร้างมาเพื่อกันและกัน นิว จิ๋ว<br />G Vocal Student Concert</p></div>
</dd>
</dl>
</div>
<p>คงจะพอเห็นภาพแล้วนะครับ อย่าลืมว่าที่ครูเจเขียนบทความนี้เพื่อเป็นไกด้ให้เราในการฝึกการเลือกเพลงนะครับ และเพลงที่ครูเจเลือกนี้ส่วนใหญ่ครูเจเลือกที่ตรงเมโลดี้ของเพลง และความยาก ง่ายของเพลงนะครับ ไม่ได้เลือกที่ลักษณะเสียงของนักร้องต้นฉบับนะครับ อย่างไรก็แล้วแต่ถ้าเราเรียนกับครูที่เข้าใจการพัฒนาเสียงและมีความสามารถทางดนตรีที่ดี ครูจะสามารถปรับคีย์แต่และเพลงให้เหมาะกับทักษะและเป้าหมายการพัฒนาเสียงของเรานะครับ ฝากข้อคิดไว้นิดหนึ่งว่า การฝึกฝนทำให้เราเก่งขึ้นได้นะครับ แต่ถ้าอยากจะร้องเพลงให้เพราะ ต้องอย่าลืมร้องจากใจนะครับ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.singwithjay.com/blog/%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%ab/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เลือกเพลงไปออดิชั่นอย่างไรดีถึงจะเข้าตากรรมการ</title>
		<link>http://www.singwithjay.com/blog/%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88/</link>
		<comments>http://www.singwithjay.com/blog/%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 06 Feb 2015 06:04:07 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Jay Veerayano</dc:creator>
				<category><![CDATA[Blogs]]></category>
		<category><![CDATA[Singing]]></category>
		<category><![CDATA[Singing technique]]></category>
		<category><![CDATA[Vocal coach]]></category>
		<category><![CDATA[vocal training]]></category>
		<category><![CDATA[voice training]]></category>
		<category><![CDATA[ครูสอนร้องเพลง]]></category>
		<category><![CDATA[ครูเจ]]></category>
		<category><![CDATA[ประกวดร้องเพลง]]></category>
		<category><![CDATA[ฝึกร้อง]]></category>
		<category><![CDATA[สอนร้องเพลง]]></category>
		<category><![CDATA[เรียนร้องเพลง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.singwithjay.com/?p=419</guid>
		<description><![CDATA[สวัสดีครับทุกคน เมื่อวันก่อนครูเจได้มีโอกาสร่วมไปเป็นหนึ่งในคณะกรรมการประกวดร้องเพลง CU Singing Contest เป็นครั้งแรกมา วันนั้นทุกคนที่เข้าประกวดรอบสุดท้ายร้องเพลงเก่งและเสียงดีหมดทุกคนเลยครับ ทีมงานที่จัดงานก็ทำงานได้อย่างดีน่าประทับใจ วันนั้นรู้สึกดีมากครับที่เห็นเด็กรุ่นใหม่ให้ความใส่ใจในการร้องเพลงอย่างจริงจัง สืบเนื่องจากวันนั้น คณะกรรมการมีการประชุมกันก่อนการประกวดจะเริ่มว่า จะให้คะแนนอย่างไรดี ในช่องให้คะแนนก็มีการแบ่งคะแนนออกเป็นหมวดหมู่ เช่น เนื้อเสียง การแสดงบนเวที การออกเสียง ท่วงทำนอง (จริงๆแล้วมีหลายหัวข้อมากแต่ก็ประมานนี้นะครับ) ทางคณะกรรมการทุกคนก็มีการปรับความเข้าใจในการให้คะแนนเพื่อที่จะให้มีแนวทางเดียวกันและให้คะแนนได้ง่ายๆ แล้วก็มีท่านกรรมการท่านหนึ่งถามประมาณว่า เราควรจะให้คะแนนเรื่องความยากความง่ายของเพลงอย่างไรดี ควรจะให้เพลงยากมากคะแนนสูงกว่าเพลงที่ร้องง่ายดีไหม หรือจะให้ที่การแสดงโดยรวมไปเลย พอครูเจฟังแล้วก็เลยคิดว่าจะเอาข้อคิดมาฝากทุกคนที่กำลังจะเข้าประกวดหรือออดิชั่นต่างๆนะครับ การเลือกเพลง เพลงยาก vs เพลงปานกลาง ตรงนี้ในส่วนการเลือกเพลงครูเจอยากให้ดูที่เวทีประกวดก่อนนะครับ ถ้าเป็นประกวดใหญ่ๆและเป็นเวทีที่เน้นเรื่องการร้องควรจะเลือกเพลงที่มีความยากพอสมควรถึงยากมาก แต่ว่าทั้งนี้ทั้งนั้นก็อยู่ที่ระดับความสามารถของเราด้วยนะครับ อย่าเลือกเพลงที่ยากเกินกว่าที่เราจะสามารถทำได้เต็มที่ถึงแม้ในวันที่เราสภาพไม่เต็มร้อย ถ้าเพลงที่เลือกเราไม่สามารถร้องให้ดีแบบคงเส้นคงวาอย่างน้อย 10 ครั้งในเวลา 2-3 วัน แปลว่าเพลงนั้นอาจจะยากไป ระดับความเสี่ยงจะอยู่ในระดับสูง อย่าลืมนะครับว่าประกวดร้องเพลงไม่ใช่กีฬาแบบที่มีคะแนนความยากเช่นยิมนาสติกหรือกระโดดน้ำ เพราะว่าเอาเข้าจริงๆมันอยู่ที่การแสดงโดยรวมมากกว่า ถ้าครูเจต้องเลือกระหว่างนักร้องสองที่มีน้ำเสียงดีพอๆกัน แต่คนหนึ่งร้องเพลงยากมาก แต่อีกคนร้องเพลงยากน้อยลงมาหน่อย แต่คนที่ร้องเพลงยากมากมีพลาดไม่เยอะแต่ได้ยินชัด กับอีกคนที่ร้องไม่มีพลาดเลย ครูเจจะเลือกคนที่ไม่พลาดเลยครับ เพราะว่าสิ่งที่สำคัญที่เราจะลืมไม่ได้ในฐานะนักร้องนักแสดงคือสิ่งที่ผู้ชมรับจากเรานะครับ คนที่ร้องเพลงยากมากและมีพลาด สิ่งที่คนดูได้ยินก็คือจะต้องลุ้นว่าจะไปไหวไหม ถ้าเราร้องแล้วไปรอดก็ดีไป เอาเข้าแล้วมันก็คล้ายๆกับการเดิมพันนะครับ ยากมากก็เสี่ยงมาก ยากน้อยก็เสี่ยงน้อย แต่การหมั่นฝึกฝนเรื่องเทคนิคการร้องเพลงและการรักษาสุขภาพเสียงที่ดีจะช่วยลดความเสี่ยงลงได้ทั้งสองแบบ ]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.singwithjay.com/wp-content/uploads/2015/02/10421418_693769004069909_3960251444830071977_n.jpg" rel='prettyPhoto'><img class="alignnone size-medium wp-image-422" alt="ครูเจกับ เก้ง Crescendo" src="http://www.singwithjay.com/wp-content/uploads/2015/02/10421418_693769004069909_3960251444830071977_n-300x225.jpg" width="300" height="225" /></a></p>
<p>สวัสดีครับทุกคน เมื่อวันก่อนครูเจได้มีโอกาสร่วมไปเป็นหนึ่งในคณะกรรมการประกวดร้องเพลง CU Singing Contest เป็นครั้งแรกมา วันนั้นทุกคนที่เข้าประกวดรอบสุดท้ายร้องเพลงเก่งและเสียงดีหมดทุกคนเลยครับ ทีมงานที่จัดงานก็ทำงานได้อย่างดีน่าประทับใจ วันนั้นรู้สึกดีมากครับที่เห็นเด็กรุ่นใหม่ให้ความใส่ใจในการร้องเพลงอย่างจริงจัง</p>
<p>สืบเนื่องจากวันนั้น คณะกรรมการมีการประชุมกันก่อนการประกวดจะเริ่มว่า จะให้คะแนนอย่างไรดี ในช่องให้คะแนนก็มีการแบ่งคะแนนออกเป็นหมวดหมู่ เช่น เนื้อเสียง การแสดงบนเวที การออกเสียง ท่วงทำนอง (จริงๆแล้วมีหลายหัวข้อมากแต่ก็ประมานนี้นะครับ) ทางคณะกรรมการทุกคนก็มีการปรับความเข้าใจในการให้คะแนนเพื่อที่จะให้มีแนวทางเดียวกันและให้คะแนนได้ง่ายๆ แล้วก็มีท่านกรรมการท่านหนึ่งถามประมาณว่า เราควรจะให้คะแนนเรื่องความยากความง่ายของเพลงอย่างไรดี ควรจะให้เพลงยากมากคะแนนสูงกว่าเพลงที่ร้องง่ายดีไหม หรือจะให้ที่การแสดงโดยรวมไปเลย พอครูเจฟังแล้วก็เลยคิดว่าจะเอาข้อคิดมาฝากทุกคนที่กำลังจะเข้าประกวดหรือออดิชั่นต่างๆนะครับ</p>
<p><strong><a href="http://www.singwithjay.com/wp-content/uploads/2015/02/10806260_693815507398592_5676125893282083177_n.jpg" rel='prettyPhoto'><img class="alignnone size-medium wp-image-423" alt="CU Singing Contest" src="http://www.singwithjay.com/wp-content/uploads/2015/02/10806260_693815507398592_5676125893282083177_n-300x225.jpg" width="300" height="225" /></a></strong></p>
<p><strong>การเลือกเพลง เพลงยาก vs เพลงปานกลาง</strong> ตรงนี้ในส่วนการเลือกเพลงครูเจอยากให้ดูที่เวทีประกวดก่อนนะครับ ถ้าเป็นประกวดใหญ่ๆและเป็นเวทีที่เน้นเรื่องการร้องควรจะเลือกเพลงที่มีความยากพอสมควรถึงยากมาก แต่ว่าทั้งนี้ทั้งนั้นก็อยู่ที่ระดับความสามารถของเราด้วยนะครับ อย่าเลือกเพลงที่ยากเกินกว่าที่เราจะสามารถทำได้เต็มที่ถึงแม้ในวันที่เราสภาพไม่เต็มร้อย ถ้าเพลงที่เลือกเราไม่สามารถร้องให้ดีแบบคงเส้นคงวาอย่างน้อย 10 ครั้งในเวลา 2-3 วัน แปลว่าเพลงนั้นอาจจะยากไป ระดับความเสี่ยงจะอยู่ในระดับสูง อย่าลืมนะครับว่าประกวดร้องเพลงไม่ใช่กีฬาแบบที่มีคะแนนความยากเช่นยิมนาสติกหรือกระโดดน้ำ เพราะว่าเอาเข้าจริงๆมันอยู่ที่การแสดงโดยรวมมากกว่า ถ้าครูเจต้องเลือกระหว่างนักร้องสองที่มีน้ำเสียงดีพอๆกัน แต่คนหนึ่งร้องเพลงยากมาก แต่อีกคนร้องเพลงยากน้อยลงมาหน่อย แต่คนที่ร้องเพลงยากมากมีพลาดไม่เยอะแต่ได้ยินชัด กับอีกคนที่ร้องไม่มีพลาดเลย ครูเจจะเลือกคนที่ไม่พลาดเลยครับ เพราะว่าสิ่งที่สำคัญที่เราจะลืมไม่ได้ในฐานะนักร้องนักแสดงคือสิ่งที่ผู้ชมรับจากเรานะครับ คนที่ร้องเพลงยากมากและมีพลาด สิ่งที่คนดูได้ยินก็คือจะต้องลุ้นว่าจะไปไหวไหม ถ้าเราร้องแล้วไปรอดก็ดีไป เอาเข้าแล้วมันก็คล้ายๆกับการเดิมพันนะครับ ยากมากก็เสี่ยงมาก ยากน้อยก็เสี่ยงน้อย แต่การหมั่นฝึกฝนเรื่องเทคนิคการร้องเพลงและการรักษาสุขภาพเสียงที่ดีจะช่วยลดความเสี่ยงลงได้ทั้งสองแบบ</p>
<p>สรุปแบบง่ายๆก็คือเลือกเพลงให้เหมาะกับตัวเอง เหมาะกับเวที และเหมาะกับวัตถุประสงค์ของการประกวด และเลือกเพลงที่ให้เราโชว์ความสามารถได้อย่างเต็มที่ และต้องไม่ลืมว่าสิ่งที่เราในฐานะนักร้องต้องให้ความสำคัญที่สุดคือการสร้างความประทับใจให้กับคนดูทุกคนนะครับ <img src='http://www.singwithjay.com/wp-includes/images/smilies/icon_smile.gif' alt=':)' class='wp-smiley' /> </p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.singwithjay.com/blog/%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>การดูแลรักษาเสียงสำหรับนักร้องและผู้ที่ต้องใช้เสียงเยอะ</title>
		<link>http://www.singwithjay.com/blog/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b1/</link>
		<comments>http://www.singwithjay.com/blog/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b1/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 20 Oct 2014 08:02:04 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Jay Veerayano</dc:creator>
				<category><![CDATA[Blogs]]></category>
		<category><![CDATA[Jay Veerayano]]></category>
		<category><![CDATA[Performer]]></category>
		<category><![CDATA[Singer]]></category>
		<category><![CDATA[Singing technique]]></category>
		<category><![CDATA[Vocal coach]]></category>
		<category><![CDATA[vocal training]]></category>
		<category><![CDATA[voice training]]></category>
		<category><![CDATA[ครูสอนร้องเพลง]]></category>
		<category><![CDATA[ประกวดร้องเพลง]]></category>
		<category><![CDATA[ฝึกร้อง]]></category>
		<category><![CDATA[สอนร้องเพลง]]></category>
		<category><![CDATA[เรียนร้องเพลง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.singwithjay.com/?p=396</guid>
		<description><![CDATA[ด้วย อาชีพการเป็นครูสอนร้องเพลงของครูเจ มักจะเจอกับคำถามเรื่องการใช้เสียงและการดูแลรักษาเสียงอยู่เสมอ วันนี้ครูเจก็อยากจะเอาแนวคิดในเรื่องนี้ที่ครูเจใช้สอนอยู่เสมอมา แบ่งปันกันนะครับ คำเปรียบที่ว่า“ร่ายกายของเราคือเครื่องดนตรี” หรือ “Your body is your instrument” เป็นแนวคิดที่ครูเจใช้สอน และพยายามให้นักเรียนและผู้ที่สนใจร้องเพลง เข้าใจอยู่เสมอ การทำงานตามธรรมชาติเพื่อการสร้างเสียงของร่างกายของเรานั้น ทั้งการหายใจเข้า-ออก การสร้างเสียงที่เกิดจากกล้ามเนื้อเส้นเสียงในกล่องเสียง ที่ทำงานประสาน การสั่นกระทบและสบัดอย่างรวดเร็วเพื่อต้านแรงไหลของลมผ่านออกไปทางช่องปาก และโพรงหัว และการออกคำ จึงจะออกมาเป็นเสียงร้อง เสียงพูดที่เราได้ยินกัน เห็น ไหมครับว่าเวลาจะร้องเพลงหรือใช้เสียงนั้นมีการทำงานในร่างกายและระบบทาง เดินหายใจเกี่ยวข้องกันเยอะมาก ดังนั้นมันจึงเป็นสิ่งสำคัญมากที่เราจะต้องดูแลรักษาเครื่องดนตรีชิ้นนี้ให้ อยู่ในสภาพที่ดีอยู่เสมอ ขนาดกีต้าร์ หรือเปียโน  ถ้าดูแลไม่ดีเวลาเล่น เสียงที่ออกมาก็จะไม่เพราะเลยครับ แต่เมื่อเวลางานเข้า คนจะป่วยมันก็จะป่วย แล้วทำยังไงดี เราสามารถทำอะไรได้บ้างเพื่อที่จะช่วยให้อาการดีขึ้นเมื่อเป็นหวัด หรือเส้นเสียงอักเสบและเรามีความจำเป็นต้องใช้เสียง  ครูเจจะแบ่งเป็นขั้นตอนการดูแลเสียงหมวดหมู่ให้เข้าใจง่ายๆตามนี้นะครับ 1. การใช้แบบฝึกหัดฝึกเสียงแนวรักษาเสียง(Therapeutic Vocal Exercises)เพื่อช่วยให้เสียงที่ออกมีประสิทธิภาพมากขึ้น และลดการใช้กล้ามเนื้อที่ไม่จำเป็นออกจากการสร้างเสียง แบบฝึกหัดประเภทนี้จะเน้นให้เกิด Vocal Balance ให้เสียงและลมออกมาในปริมาณที่พอดีๆกัน เสียงที่ได้ก็จะแหบน้อยลง 2. การรักษาให้เส้นเสียงมีความชุ่มชื้นอยู่เสมอ จิบน้ำบ่อยๆ แต่ต้องระวังอย่าจิบน้ำร้อนนะครับ น้ำอุณหภูมิปกติดีที่สุด เลี่ยงน้ำร้อนหรือ ]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<div id="attachment_402" class="wp-caption alignnone" style="width: 310px"><a href="http://www.singwithjay.com/wp-content/uploads/2014/10/993456_480633978716747_783444108_n.jpg" rel='prettyPhoto'><img class="size-medium wp-image-402" alt="การเข้าใจการทำงานของเส้นเสียงก็ช่วยให้เราดูแลเสียงได้ดีขึ้น" src="http://www.singwithjay.com/wp-content/uploads/2014/10/993456_480633978716747_783444108_n-300x300.jpg" width="300" height="300" /></a><p class="wp-caption-text">การเข้าใจการทำงานของเส้นเสียงก็ช่วยให้เราดูแลเสียงได้ดีขึ้น</p></div>
<div id="attachment_400" class="wp-caption alignnone" style="width: 310px"><a href="http://www.singwithjay.com/wp-content/uploads/2014/10/10612872_845397578805397_566750537539501022_n.jpg" rel='prettyPhoto'><img class="size-medium wp-image-400" alt="การดูแลรักษาเสียงถือเป็นสิ่งสำคัญมากๆสำหรับนักร้อง" src="http://www.singwithjay.com/wp-content/uploads/2014/10/10612872_845397578805397_566750537539501022_n-300x300.jpg" width="300" height="300" /></a><p class="wp-caption-text">การดูแลรักษาเสียงถือเป็นสิ่งสำคัญมากๆสำหรับนักร้อง</p></div>
<p>ด้วย อาชีพการเป็นครูสอนร้องเพลงของครูเจ มักจะเจอกับคำถามเรื่องการใช้เสียงและการดูแลรักษาเสียงอยู่เสมอ วันนี้ครูเจก็อยากจะเอาแนวคิดในเรื่องนี้ที่ครูเจใช้สอนอยู่เสมอมา แบ่งปันกันนะครับ คำเปรียบที่ว่า“ร่ายกายของเราคือเครื่องดนตรี” หรือ “Your body is your instrument” เป็นแนวคิดที่ครูเจใช้สอน และพยายามให้นักเรียนและผู้ที่สนใจร้องเพลง เข้าใจอยู่เสมอ การทำงานตามธรรมชาติเพื่อการสร้างเสียงของร่างกายของเรานั้น ทั้งการหายใจเข้า-ออก การสร้างเสียงที่เกิดจากกล้ามเนื้อเส้นเสียงในกล่องเสียง ที่ทำงานประสาน การสั่นกระทบและสบัดอย่างรวดเร็วเพื่อต้านแรงไหลของลมผ่านออกไปทางช่องปาก และโพรงหัว และการออกคำ จึงจะออกมาเป็นเสียงร้อง เสียงพูดที่เราได้ยินกัน</p>
<p>เห็น ไหมครับว่าเวลาจะร้องเพลงหรือใช้เสียงนั้นมีการทำงานในร่างกายและระบบทาง เดินหายใจเกี่ยวข้องกันเยอะมาก ดังนั้นมันจึงเป็นสิ่งสำคัญมากที่เราจะต้องดูแลรักษาเครื่องดนตรีชิ้นนี้ให้ อยู่ในสภาพที่ดีอยู่เสมอ ขนาดกีต้าร์ หรือเปียโน  ถ้าดูแลไม่ดีเวลาเล่น เสียงที่ออกมาก็จะไม่เพราะเลยครับ</p>
<p>แต่เมื่อเวลางานเข้า คนจะป่วยมันก็จะป่วย แล้วทำยังไงดี เราสามารถทำอะไรได้บ้างเพื่อที่จะช่วยให้อาการดีขึ้นเมื่อเป็นหวัด หรือเส้นเสียงอักเสบและเรามีความจำเป็นต้องใช้เสียง  ครูเจจะแบ่งเป็นขั้นตอนการดูแลเสียงหมวดหมู่ให้เข้าใจง่ายๆตามนี้นะครับ</p>
<div id="attachment_136" class="wp-caption alignnone" style="width: 210px"><a href="http://www.singwithjay.com/wp-content/uploads/2013/08/default_fb.jpg" rel='prettyPhoto'><img class="size-full wp-image-136" alt="Vocal exercise มีส่วนช่วยให้เสียงกลับมาอยู่ในสภาพที่ดีได้" src="http://www.singwithjay.com/wp-content/uploads/2013/08/default_fb.jpg" width="200" height="200" /></a><p class="wp-caption-text">Vocal exercise มีส่วนช่วยให้เสียงกลับมาอยู่ในสภาพที่ดีได้</p></div>
<p>1. การใช้แบบฝึกหัดฝึกเสียงแนวรักษาเสียง(Therapeutic Vocal Exercises)เพื่อช่วยให้เสียงที่ออกมีประสิทธิภาพมากขึ้น และลดการใช้กล้ามเนื้อที่ไม่จำเป็นออกจากการสร้างเสียง แบบฝึกหัดประเภทนี้จะเน้นให้เกิด Vocal Balance ให้เสียงและลมออกมาในปริมาณที่พอดีๆกัน เสียงที่ได้ก็จะแหบน้อยลง</p>
<p>2. การรักษาให้เส้นเสียงมีความชุ่มชื้นอยู่เสมอ จิบน้ำบ่อยๆ แต่ต้องระวังอย่าจิบน้ำร้อนนะครับ น้ำอุณหภูมิปกติดีที่สุด เลี่ยงน้ำร้อนหรือ น้ำอุ่นมากๆ เพราะว่าจะยิ่งไปทำให้เกิดอาการบวมมากขึ้นครับ เลี่ยงชาและกาแฟเพราะมีคาเฟอีน ครูเจชอบละลายน้ำผึ้งในน้ำแล้วจิบบ่อยๆระหว่างวันครับ ลดอาการระคายคอได้ดีเลย</p>
<p>3. การใช้ยาพ่นช่วยลดอาการระคายเคืองและอักเสบ ยาประเภทนี้มีให้เลือกพอสมควรในตลาดนะครับ ที่เคยใช้มาจะมีรสจะค่อนข้างแรงไปหน่อยเวลาฉีดเข้าคอแล้วจะรู้สึกเย็นเกินไป ตอนหายใจเข้าออกเคยใช้มาหลายตัวแล้วตัวไหนที่ว่าดี แต่ตอนนี้ก็มีสเปรย์ตัวใหม่อีกตัวหนึ่งที่ครูเจลองใช้ดูแล้วรู้สึกว่า ได้ผลดีเพราะว่ารสนุ่มไม่บาดคอและกลิ่นไม่แรงชื่อ Propoliz Mouth Spray นะครับ ตัวนี้เค้าสกัดมาจากผิวของรังผึ้งที่เพาะในสภาพแวดล้อมควบคุมให้ผึ้งอยู่กับ ต้นไม้ที่มีคุณสมบัติเป็นยาช่วยลดการอักเสบ ตัวนี้ใช้แล้วถูกใจมากเพราะรสไม่มันเหมือนยาเลย</p>
<div id="attachment_398" class="wp-caption alignnone" style="width: 235px"><a href="http://www.singwithjay.com/wp-content/uploads/2014/10/FullSizeRender.jpg" rel='prettyPhoto'><img class="size-medium wp-image-398" alt="สเปรย์พ่นช่วยลดอาการอักเสบ Propoliz Mouth Spray ตัวนี้ที่ครูเจใช้อยู่ครับ" src="http://www.singwithjay.com/wp-content/uploads/2014/10/FullSizeRender-225x300.jpg" width="225" height="300" /></a><p class="wp-caption-text">สเปรย์พ่นช่วยลดอาการอักเสบ Propoliz Mouth Spray ตัวนี้ที่ครูเจใช้อยู่ครับ</p></div>
<div>
<dl id="attachment_398">
<dt>4.พัก ผ่อนให้เพียงพอและเลี่ยงการใช้เสียงแบบไม่จำเป็น ห้ามกระซิบ ใช้เสียงพูดความดังปกติ จะดีกว่า เพราะการกระซิบจะยิ่งไปทำให้อาการเจ็บคอแย่ลงและทำให้เกิดการระคายคอมากขึ้น</dt>
</dl>
</div>
<p>ทั้งหมด นี้ก็เป็นเกล็ดความรู้เล็กๆน้อยๆนะครับ ถ้าใครทำได้ทุกข้อก็จะได้ผลดี แต่สรุปแล้วถ้าเราดูแลตัวเองดีๆและใช้เทคนิคการใช้เสียงอย่างถูกวิธีก็จะ ทำให้เราสามารถใช้เสียงได้อย่างคงทนและยาวนาน เลี่ยงให้ไม่เกิดอาการบาดเจ็บของเสียงได้จะดีที่สุดครับ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.singwithjay.com/blog/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b1/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>The Three T&#8217;s to Music Career Success by Jay Veerayano</title>
		<link>http://www.singwithjay.com/blog/the-three-ts-to-music-career-success-by-jay-veerayano/</link>
		<comments>http://www.singwithjay.com/blog/the-three-ts-to-music-career-success-by-jay-veerayano/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 17 Oct 2013 05:05:10 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Jay Veerayano</dc:creator>
				<category><![CDATA[Blogs]]></category>
		<category><![CDATA[Jay Veerayano]]></category>
		<category><![CDATA[Performer]]></category>
		<category><![CDATA[Singer]]></category>
		<category><![CDATA[Singing]]></category>
		<category><![CDATA[Singing technique]]></category>
		<category><![CDATA[Vocal coach]]></category>
		<category><![CDATA[vocal training]]></category>
		<category><![CDATA[voice training]]></category>
		<category><![CDATA[ครูสอนร้องเพลง]]></category>
		<category><![CDATA[ครูเจ]]></category>
		<category><![CDATA[ประกวดร้องเพลง]]></category>
		<category><![CDATA[ฝึกร้อง]]></category>
		<category><![CDATA[สอนร้องเพลง]]></category>
		<category><![CDATA[เรียนร้องเพลง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.singwithjay.com/?p=376</guid>
		<description><![CDATA[3 T’s แห่งความสำเร็จในอาชีพนักร้อง 17ปีในอาชีพการเป็นครูสอนร้องเพลงของครูเจ มักจะมีคำถามที่หลายๆคนชอบถามอย่างเช่นว่า เรียนร้องเพลงไปแล้วจะเป็นนักร้องได้หรือไม่ หรือว่าต้องเรียนนานเท่าไหร่ถึงจะเก่งขึ้น หรือว่าถ้าจะเอาดีในด้านนี้ต้องทำอย่างไรบ้าง ทุกคำถามมีคำตอบครับ เราสามารถเอาแนวคิดนี้ไปประยุกต์ในการใช้ชีวิตให้ประสบความสำเร็จได้ ครูเจจะพูดถึงแนวคิดในการสอนของครูเจ คือ The Three T’s of success คือสามสิ่งในการก้าวไปสู่ความสำเร็จ T ที่หนึ่งคือ Talent (พรสวรรค์พิเศษ) การจะเป็นนักร้องสิ่งนี้ช่วยได้มากหากว่าเราเป็นคนที่มีพื้นฐานเสียงดี ร้องเพลงเพราะ มีMusicality สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ส่วนใหญ่ติดตัวมาแต่เกิดและสะสมมาเรื่อยๆในชีวิต เพราะฉะนั้นเป็นสิ่งที่แข่งกันได้ยาก  เหมือนกับที่เราเกิดมามีหน้าตา ส่วนสูงไม่เหมือนกัน เสียงตามธรรมชาติก็ไม่เหมือนกัน ลองจินตนาการว่าเราไปว่ายน้ำแข่งกับ Michael Phelps ที่เกิดมาแล้วสรีระเอื้ออำนวยให้กับการว่ายน้ำมากเป็นพิเศษ เราก็คงจะไปเทียบด้วยไม่ไหว เพราะสรีระเราไม่ได้ช่วยขนาดนั้น แต่ถ้าจะถามว่าถ้าเราจะว่ายน้ำให้เก่งขึ้นให้เร็วขึ้นได้ไหม ทุกคนจะคงจะมีคำตอบที่เหมือนกันว่า ได้ ถ้าเราหมั่นฝึกฝน การร้องเพลง หรือเรียนดนตรีก็เหมือนกัน ครูเจอยากจะให้ทุกคนเข้าใจในเสียงของตัวเองที่มีความเป็นเอกลักษณ์ส่วนตัว และอย่าเอาไปเปรียบกับคนอื่นว่าทำไมเสียงเรามันไม่เพราะเหมือนคนอื่น ถ้าเราจะเปรียบเทียบกับ เอามาเปรียบเทียบกับตัวเองดีกว่า ว่าเราสามารถทำให้มันดีขึ้นได้ไหม ซึ่งตรงนี้จะแหละจะทำให้เราก้าวสู่ขั้นที่สอง Tenacity (ความมุ่งมั่น) ตัวนี้เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดให้ 3 T’s ของครูเจ Tenacity ]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<div id="attachment_348" class="wp-caption alignnone" style="width: 234px"><a href="http://www.singwithjay.com/wp-content/uploads/2013/09/photo17.jpg" rel='prettyPhoto'><img class="size-medium wp-image-348" alt="เฟรม ศุภัคชญา หนึ่งในศิลปินที่หมั่นฝึกฝนตัวเองอยู่ตลอดเวลาจนประสบความสำเร็จในเวทีThe Star" src="http://www.singwithjay.com/wp-content/uploads/2013/09/photo17-224x300.jpg" width="224" height="300" /></a><p class="wp-caption-text">เฟรม ศุภัคชญา หนึ่งในศิลปินที่หมั่นฝึกฝนตัวเองอยู่ตลอดเวลาจนประสบความสำเร็จในเวทีThe Star</p></div>
<div id="attachment_383" class="wp-caption alignnone" style="width: 310px"><a href="http://www.singwithjay.com/wp-content/uploads/2013/10/30456_138489649496197_6795074_n-718x478.jpg" rel='prettyPhoto'><img class="size-medium wp-image-383" alt="การฝึกฝนอยู่เสมอจะช่วยให้เราก้าวไปใกล้กับความสำเร็จในอาชีพนักร้อง นักดนตรีมากขึ้น" src="http://www.singwithjay.com/wp-content/uploads/2013/10/30456_138489649496197_6795074_n-718x478-300x199.jpg" width="300" height="199" /></a><p class="wp-caption-text">การฝึกฝนอยู่เสมอจะช่วยให้เราก้าวไปใกล้กับความสำเร็จในอาชีพ นักร้อง นักดนตรีมากขึ้น</p></div>
<p><b>3 T’s </b><b>แห่งความสำเร็จในอาชีพนักร้อง</b></p>
<p>17ปีในอาชีพการเป็นครูสอนร้องเพลงของครูเจ มักจะมีคำถามที่หลายๆคนชอบถามอย่างเช่นว่า เรียนร้องเพลงไปแล้วจะเป็นนักร้องได้หรือไม่ หรือว่าต้องเรียนนานเท่าไหร่ถึงจะเก่งขึ้น หรือว่าถ้าจะเอาดีในด้านนี้ต้องทำอย่างไรบ้าง ทุกคำถามมีคำตอบครับ เราสามารถเอาแนวคิดนี้ไปประยุกต์ในการใช้ชีวิตให้ประสบความสำเร็จได้ ครูเจจะพูดถึงแนวคิดในการสอนของครูเจ คือ The Three T’s of success คือสามสิ่งในการก้าวไปสู่ความสำเร็จ</p>
<p>T ที่หนึ่งคือ <b>Talent (</b><b>พรสวรรค์พิเศษ</b><b>)</b> การจะเป็นนักร้องสิ่งนี้ช่วยได้มากหากว่าเราเป็นคนที่มีพื้นฐานเสียงดี ร้องเพลงเพราะ มีMusicality สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ส่วนใหญ่ติดตัวมาแต่เกิดและสะสมมาเรื่อยๆในชีวิต เพราะฉะนั้นเป็นสิ่งที่แข่งกันได้ยาก  เหมือนกับที่เราเกิดมามีหน้าตา ส่วนสูงไม่เหมือนกัน เสียงตามธรรมชาติก็ไม่เหมือนกัน ลองจินตนาการว่าเราไปว่ายน้ำแข่งกับ Michael Phelps ที่เกิดมาแล้วสรีระเอื้ออำนวยให้กับการว่ายน้ำมากเป็นพิเศษ เราก็คงจะไปเทียบด้วยไม่ไหว เพราะสรีระเราไม่ได้ช่วยขนาดนั้น แต่ถ้าจะถามว่าถ้าเราจะว่ายน้ำให้เก่งขึ้นให้เร็วขึ้นได้ไหม ทุกคนจะคงจะมีคำตอบที่เหมือนกันว่า ได้ ถ้าเราหมั่นฝึกฝน การร้องเพลง หรือเรียนดนตรีก็เหมือนกัน ครูเจอยากจะให้ทุกคนเข้าใจในเสียงของตัวเองที่มีความเป็นเอกลักษณ์ส่วนตัว และอย่าเอาไปเปรียบกับคนอื่นว่าทำไมเสียงเรามันไม่เพราะเหมือนคนอื่น ถ้าเราจะเปรียบเทียบกับ เอามาเปรียบเทียบกับตัวเองดีกว่า ว่าเราสามารถทำให้มันดีขึ้นได้ไหม ซึ่งตรงนี้จะแหละจะทำให้เราก้าวสู่ขั้นที่สอง</p>
<p><b>Tenacity (</b><b>ความมุ่งมั่น) </b></p>
<p>ตัวนี้เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดให้ 3 T’s ของครูเจ Tenacity แปลว่าความมุ่งมั่น ไม่ย่อท้อ และ ความสม่ำเสมอ สิ่งนี้ขาดแทบไม่ได้เลยนะครับสำหรับการดำรงชีวิตให้ได้ตามที่เราฝันไว้ สิ่งนี้จะช่วยให้Talentเราดีขึ้น เพราะเป็นการฝึกฝนและทำอย่างต่อเนื่อง คนที่มีTalentดีแต่ไม่มีความมุ่งมั่นพอก็อาจจะล้มเลิกเป้าหมายไปก่อนจะได้โอกาสมา หรือมีTalent แต่ไม่ฝึกฝนจนตามคนอื่นไม่ทัน สิ่งนี้อยู่ในใจครูเจตลอด เนื่องจากว่าเป็นสิ่งที่เราสามารถควบคุมได้ เราสามารถเอาใจสู้และสร้าง Talent เราให้แข็งแรงขึ้นได้ สิ่งนี้เกิดขึ้นกับตัวครูเจเอง เมื่อสมัยเด็กๆครูเจก็ไม่ได้ร้องเพลงเก่งอะไร เคยโดนเพื่อนๆบอกว่าให้เลิกฝันที่จะเอาดีด้านดนตรีเถอะเพราะเพื่อนๆกลัวว่าเราจะไปไม่รอด แต่ครูเจเป็นคนหัวดื้อไม่ยอมทำตามแล้วก็มาดูว่าตัวเองต้องพัฒนาตรงไหนบ้างและเราก็ต้องไม่อายที่จะยอมรับในสิ่งที่เราไม่รู้เพื่อที่เราจะได้แก้ไขให้ถูกจุด ไปหาเรียนเพิ่มเติม และหาจุดเด่นของเราและทำให้ตรงนั้นมันแข็งแรงเพื่อที่เราจะได้มีเอกลักษณืที่เด่นชัดขึ้น เพราะเมื่อโอกาสมา เราจะได้อยู่ในสภาวะที่พร้อมที่สุด สิ่งนี้ก็จะเป็นอีก T หนึ่งก็คือ</p>
<p><b>Timing (</b><b>จังหวะและโอกาส</b><b>)</b></p>
<p><b>T</b> ตัวนี้เป็นสิ่งที่เราควบคุมได้ยากที่สุดใน 3 T’s เพราะว่ามันมักจะไม่ได้ขึ้นอยู่กับเรา แต่เราสามารถที่จะสร้างโอกาสหรือเอาตัวเราเองไปอยู่ในสถานการณ์ที่จะเกิดโอกาสดีๆให้กับ</p>
<p>เราได้  ลองคิดดูนะครับ ว่าถ้าเราหมั่นคอยฝึกฝนตัวเอง และสร้างสภาวะแวดล้อม ของตัวเราเองให้อยู่ในสถานที่ๆที่มักจะกิดโอกาสขึ้น เช่นถ้าเรารู้จักnetworkของคนในวงการเพลง คอยติดตามข่าวสารการประกวดต่างๆ สร้างฐานแฟนเพลงของเรา แล้วเวลามีใครกำลังทำโปรเจคอะไรถ้าเรารู้ก่อนเราก็มีโอกาสมากกว่าคนที่ไม่รู้ หรือเวลามีโอกาสมาแต่เราไม่ได้เตรียมตัวซ้อมอะไรมาเลยแต่ว่าเราเป็นคนที่ฝึกฝนอยู่เสมอ</p>
<p>อยู่แล้วเราก็ไม่ต้องเหนื่อยมาก เพราะเรามีประสบการณ์สะสมอยู่แล้ว ตรงนี้ก็จะทำให้เราสามารถออดิชั่นได้ดี</p>
<p>หลายๆสิ่งที่ครูเจพูดถึงในBlogนี้ก็มาจากประสบการณ์การสอนและการใช้ชีวิตในถนนสาย</p>
<p>ดนตรีนี้นะครับ สรุปได้ว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ <b>Tenacity</b> เพราะสามารถช่วยสร้าง <b>Talent</b> และ <b>Timing </b>ให้กับตัวเราได้ นักเรียนของครูเจที่ประสบความสำเร็จได้เป็นศิลปิน แทบจะทุกคนนั้นฝึกฝนตัวเองอย่างสม่ำเสมอและอยู่ใกล้กับโอกาสเสมอ ครูเจหวังว่าทุกคนที่อ่านBlogนี้แล้วจะเก็บเอาไปคิดและนำเอาประยุกต์ใช้กับชีวิตประจำวัน นะครับ Blog หน้าจะพูดเรื่องเทคนิคการร้องเพลงต่อนะครับ <img src='http://www.singwithjay.com/wp-includes/images/smilies/icon_smile.gif' alt=':)' class='wp-smiley' /> </p>
<p>Jay Veerayano</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.singwithjay.com/blog/the-three-ts-to-music-career-success-by-jay-veerayano/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>การเรียนร้องเพลงกับการพัฒนาสมองของเด็ก by Jay Veerayano</title>
		<link>http://www.singwithjay.com/blog/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3/</link>
		<comments>http://www.singwithjay.com/blog/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 26 Sep 2013 11:02:24 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Jay Veerayano</dc:creator>
				<category><![CDATA[Blogs]]></category>
		<category><![CDATA[Jay Veerayano]]></category>
		<category><![CDATA[Performer]]></category>
		<category><![CDATA[Singer]]></category>
		<category><![CDATA[Singing]]></category>
		<category><![CDATA[Singing technique]]></category>
		<category><![CDATA[Vocal coach]]></category>
		<category><![CDATA[vocal training]]></category>
		<category><![CDATA[voice training]]></category>
		<category><![CDATA[ครูสอนร้องเพลง]]></category>
		<category><![CDATA[ครูเจ]]></category>
		<category><![CDATA[ประกวดร้องเพลง]]></category>
		<category><![CDATA[ฝึกร้อง]]></category>
		<category><![CDATA[สอนร้องเพลง]]></category>
		<category><![CDATA[เรียนร้องเพลง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.singwithjay.com/?p=344</guid>
		<description><![CDATA[การเรียนร้องเพลงกับการพัฒนาสมองของเด็ก หากจะพูดถึงการพัฒนาทักษะของเด็ก สิ่งแรกๆที่ผู้ปกครองหลายๆคนนึกถึงนั้นมักจะเป็นทักษะและวิชาเรียนที่อยู่ในโรงเรียนเช่น คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และวิทยาศาสตร์ ส่วนดนตรีและการร้องเพลงนั้นมักจะถูกมองว่าเป็นเพียงงานอดิเรกหรือเป็นวิชาที่ไม่จำเป็นมากนัก เพราะว่ามักจะไม่ได้ใช้เพื่อสอบเข้าเรียน ต่อที่สถาบันต่างๆ ครูเจอยากจะบอกว่าคุณพ่อ คุณแม่เหล่านั้นไม่ได้คิดผิดนะครับ เพราะเป็นเรื่องที่สำคัญที่จะให้น้องๆได้เข้าเรียนในสถาบันที่ดีๆ แต่ครูเจอยากจะเรียนให้คุณพ่อคุณแม่ทราบถึงความสำคัญของดนตรี และการร้องเพลงต่อการพัฒนาทักษะโดยรวมของน้องๆนะครับ ดนตรีมีความสำคัญอย่างไรต่อเด็ก?   ดนตรีส่งผลต่ออารมณ์ของมนุษย์ เคยไหมเวลาที่เราฟังเพลงบางเพลงแล้วเรารู้สึกไปตามอารมณ์ของเพลงๆนั้น เสียงเพลงและเนื้อหาของเพลงทำปฎิกิริยาต่อสมองและ การรับรู้ทางอารมณ์ของเรา การฟังเพลงที่สนุกจะช่วยให้เรารู้สึกผ่อนคลาย และทำให้สมองเราพร้อม ที่จะเรียนรู้ในสิ่งใหม่ๆได้ดีกว่าตอนที่เราเครียดๆ การร้องเพลงก็ช่วยให้เราสนุกขึ้น เมื่อไม่นานมานี้ Time Magazine ก็เขียนถึงประโยชน์ของการร้องเพลงเป็นกลุ่มว่าช่วยให้ มีความสุขมากขึ้น และสามารถทำได้อย่างไม่ยากเย็น แล้วการร้องเพลงมีส่วนช่วยอย่างไร? เด็กๆจะพัฒนาทางภาษาได้ดีมากเมื่อใช้การร้องเพลงมาช่วย การจดจำคำศัพย์ การจดจำรูปแบบภาษา เมื่อเด็กได้ยินคำศัพย์ในเพลง เส้นประสาทในสมองจะทำงานและสร้างความสำพันธ์ในเสียงที่ได้ยิน กับความเข้าใจในคำๆนั้น ไปพร้อมๆกับการออกเสียง การจดจำท่วงทำนองของเสียงก็ช่วยให้การออกเสียงภาษาชัดเจนมากขึ้น เคยไหมครับเวลาที่เราต้องท่องสูตรคูณ หรือการอ่านกลอนตอนเด็กๆ เราจะทำอย่างเป็นจังหวะ ที่มีรูปแบบชัดเจน เราจะจำมันได้ง่ายขึ้น การร้องเพลงและดนตรียังมีส่วนช่วยเสริมสร้างทักษะในด้านอื่นๆอีก เช่น การเพิ่มความมั่นใจให้กับตัวเอง การสร้างมนุษย์สำพันธ์ที่ดี ทักษะการฟังที่ดีและสร้างสมาธิ สร้างความคิดสร้างสรรค์ สร้างความเป็นตัวของตัวเอง ทฤษฎีดนตรีก็มีส่วนช่วยให้เข้าใจเรื่องคณิตศาสตร์ เพราะว่าดนตรีนั้นจริงๆแล้วก็มีพื้นฐานมาจากคณิตศาสตร์ เสียงเพลงเพราะๆที่เราได้ยินนั้น ก็เกิดการที่คลื่นความถี่ของเสียงสูงต่ำหลายๆเสียงที่มีช่วงห่างของเสียงที่พอเหมาะมารวมกันเกิดเป็นเสียงดนตรีที่เพราะ ]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<div id="attachment_347" class="wp-caption alignnone" style="width: 235px"><a href="http://www.singwithjay.com/wp-content/uploads/2013/09/1044236_409771889136290_584052498_n.jpg" rel='prettyPhoto'><img class="size-medium wp-image-347" alt="Benz in " src="http://www.singwithjay.com/wp-content/uploads/2013/09/1044236_409771889136290_584052498_n-225x300.jpg" width="225" height="300" /></a><p class="wp-caption-text">Benz in &#8220;The Artist Experience Program&#8221;. Singing in a professional recording studio.</p></div>
<div id="attachment_360" class="wp-caption alignnone" style="width: 310px"><a href="http://www.singwithjay.com/wp-content/uploads/2013/09/photo6.jpg" rel='prettyPhoto'><img class="size-medium wp-image-360" alt="Singing can be taught to kids as young as 5 years old." src="http://www.singwithjay.com/wp-content/uploads/2013/09/photo6-300x225.jpg" width="300" height="225" /></a><p class="wp-caption-text">Singing can be taught to kids as young as 5 years old.</p></div>
<p><b>การเรียนร้องเพลงกับการพัฒนาสมองของเด็ก </b></p>
<p>หากจะพูดถึงการพัฒนาทักษะของเด็ก สิ่งแรกๆที่ผู้ปกครองหลายๆคนนึกถึงนั้นมักจะเป็นทักษะและวิชาเรียนที่อยู่ในโรงเรียนเช่น คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และวิทยาศาสตร์ ส่วนดนตรีและการร้องเพลงนั้นมักจะถูกมองว่าเป็นเพียงงานอดิเรกหรือเป็นวิชาที่ไม่จำเป็นมากนัก เพราะว่ามักจะไม่ได้ใช้เพื่อสอบเข้าเรียน ต่อที่สถาบันต่างๆ ครูเจอยากจะบอกว่าคุณพ่อ คุณแม่เหล่านั้นไม่ได้คิดผิดนะครับ เพราะเป็นเรื่องที่สำคัญที่จะให้น้องๆได้เข้าเรียนในสถาบันที่ดีๆ แต่ครูเจอยากจะเรียนให้คุณพ่อคุณแม่ทราบถึงความสำคัญของดนตรี และการร้องเพลงต่อการพัฒนาทักษะโดยรวมของน้องๆนะครับ</p>
<p><b><i>ดนตรีมีความสำคัญอย่างไรต่อเด็ก</i></b><b><i>? </i></b><b><i> </i></b></p>
<p>ดนตรีส่งผลต่ออารมณ์ของมนุษย์ เคยไหมเวลาที่เราฟังเพลงบางเพลงแล้วเรารู้สึกไปตามอารมณ์ของเพลงๆนั้น เสียงเพลงและเนื้อหาของเพลงทำปฎิกิริยาต่อสมองและ การรับรู้ทางอารมณ์ของเรา การฟังเพลงที่สนุกจะช่วยให้เรารู้สึกผ่อนคลาย และทำให้สมองเราพร้อม ที่จะเรียนรู้ในสิ่งใหม่ๆได้ดีกว่าตอนที่เราเครียดๆ การร้องเพลงก็ช่วยให้เราสนุกขึ้น เมื่อไม่นานมานี้ Time Magazine ก็เขียนถึงประโยชน์ของการร้องเพลงเป็นกลุ่มว่าช่วยให้ มีความสุขมากขึ้น และสามารถทำได้อย่างไม่ยากเย็น</p>
<p><b><i>แล้วการร้องเพลงมีส่วนช่วยอย่างไร?</i></b></p>
<p>เด็กๆจะพัฒนาทางภาษาได้ดีมากเมื่อใช้การร้องเพลงมาช่วย การจดจำคำศัพย์ การจดจำรูปแบบภาษา เมื่อเด็กได้ยินคำศัพย์ในเพลง เส้นประสาทในสมองจะทำงานและสร้างความสำพันธ์ในเสียงที่ได้ยิน กับความเข้าใจในคำๆนั้น ไปพร้อมๆกับการออกเสียง</p>
<p>การจดจำท่วงทำนองของเสียงก็ช่วยให้การออกเสียงภาษาชัดเจนมากขึ้น เคยไหมครับเวลาที่เราต้องท่องสูตรคูณ หรือการอ่านกลอนตอนเด็กๆ เราจะทำอย่างเป็นจังหวะ ที่มีรูปแบบชัดเจน เราจะจำมันได้ง่ายขึ้น</p>
<p><b>การร้องเพลงและดนตรียังมีส่วนช่วยเสริมสร้างทักษะในด้านอื่นๆอีก </b>เช่น การเพิ่มความมั่นใจให้กับตัวเอง การสร้างมนุษย์สำพันธ์ที่ดี ทักษะการฟังที่ดีและสร้างสมาธิ สร้างความคิดสร้างสรรค์ สร้างความเป็นตัวของตัวเอง</p>
<p>ทฤษฎีดนตรีก็มีส่วนช่วยให้เข้าใจเรื่องคณิตศาสตร์ เพราะว่าดนตรีนั้นจริงๆแล้วก็มีพื้นฐานมาจากคณิตศาสตร์ เสียงเพลงเพราะๆที่เราได้ยินนั้น ก็เกิดการที่คลื่นความถี่ของเสียงสูงต่ำหลายๆเสียงที่มีช่วงห่างของเสียงที่พอเหมาะมารวมกันเกิดเป็นเสียงดนตรีที่เพราะ เปรียบเสมือนกับสมการที่ลงตัว</p>
<p>ดนตรีและการร้องเพลงนั้นจะเป็นทักษะที่จะติดตัวเราไปเสมอ เป็นของขวัญที่คุณพ่อคุณแม่ให้น้องๆได้และน้องๆสามารถนำติดตัวไป ใช้ได้ทั้งชีวิต</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.singwithjay.com/blog/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Voice training: How to practice wisely by Jay Veerayano part 1</title>
		<link>http://www.singwithjay.com/blog/thailand-%e0%b8%9d%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%87-%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%84/</link>
		<comments>http://www.singwithjay.com/blog/thailand-%e0%b8%9d%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%87-%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%84/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 11 Sep 2013 07:30:16 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Jay Veerayano</dc:creator>
				<category><![CDATA[Blogs]]></category>
		<category><![CDATA[Jay Veerayano]]></category>
		<category><![CDATA[Performer]]></category>
		<category><![CDATA[Singer]]></category>
		<category><![CDATA[Singing]]></category>
		<category><![CDATA[Singing technique]]></category>
		<category><![CDATA[Vocal coach]]></category>
		<category><![CDATA[vocal training]]></category>
		<category><![CDATA[ครูสอนร้องเพลง]]></category>
		<category><![CDATA[ครูเจ]]></category>
		<category><![CDATA[ประกวดร้องเพลง]]></category>
		<category><![CDATA[ฝึกร้อง]]></category>
		<category><![CDATA[สอนร้องเพลง]]></category>
		<category><![CDATA[เรียนร้องเพลง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.singwithjay.com/?p=209</guid>
		<description><![CDATA[In my last blog post, I talked about how we  should practice singing in order for us to improve both technically, and artistically. As I mentioned before that I think it is best to work on the techniques first until you start to have some control over it, then you can start working on the ]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<div id="attachment_314" class="wp-caption alignnone" style="width: 310px"><a href="http://www.singwithjay.com/wp-content/uploads/2013/09/1-50-300x2001.jpg" rel='prettyPhoto'><img class="size-full wp-image-314" alt="แบบฝึกหัดเป่าปาก Lip Roll (Lip Trill)" src="http://www.singwithjay.com/wp-content/uploads/2013/09/1-50-300x2001.jpg" width="300" height="200" /></a><p class="wp-caption-text">แบบฝึกหัดเป่าปาก Lip Roll (Lip Trill)</p></div>
<div id="attachment_315" class="wp-caption alignnone" style="width: 310px"><a href="http://www.singwithjay.com/wp-content/uploads/2013/09/1-197-300x2001.jpg" rel='prettyPhoto'><img class="size-full wp-image-315" alt="ภาพจาก Workshop สอนร้องเพลง โดยครูเจ" src="http://www.singwithjay.com/wp-content/uploads/2013/09/1-197-300x2001.jpg" width="300" height="200" /></a><p class="wp-caption-text">ภาพจาก Workshop สอนร้องเพลง โดยครูเจ</p></div>
<p>In my last blog post, I talked about how we  should practice singing in order for us to improve both technically, and artistically. As I mentioned before that I think it is best to work on the techniques first until you start to have some control over it, then you can start working on the style, and then you can work on both of the aspects simultaneously, but separately. Once you feel comfortable enough with the techniques, your style will creep in and then you will start to think about the techniques less and less and it will eventually become your second nature.</p>
<p>In this blog, I am going to focus just on the technical part. So very basically, when we make sound, the vocal folds in our larynx come together to resist the stream of air flow that is coming up from our lungs and it opens and closes very fast that it creates the sound wave. So for me, I like to put things into the big 3 categories so that we can have a clear vision of how to practice.</p>
<p>The three categories are:</p>
<p>1. How to create vocal balance.</p>
<p>2.The position of the larynx and how it affects your singing.</p>
<p>3.The functioning of the vocal folds.</p>
<p><strong>What is Vocal Balance? </strong>   Vocal Balance is pretty much the foundation of good singing. It is very important for singers to learn how to achieve it. When we talk about vocal balance, we are talking about the balance of the airflow and the vocal fold closure that&#8217;s resisting the stream of air. If you blow too much air through, you will have a harder time trying to resist it with your vocal folds, in result, you will get a breathy and weak sound. And if you tense the muscle(vocal folds) too much, you will get a constrained and pushy sound.</p>
<p><strong>How do we work on getting vocal balance?</strong></p>
<p>The exercise that us, voice teachers like to use is lip roll and tongue trill. This exercise is very helpful and easy to do. I did a clip about it on GMM Music program. You can check it out here, it is in Thai, but you will get the picture and see how it is done. <a href="http://youtu.be/Cz61Kg1GHY8">คลิปแนะนำวิธีการหายใจที่เหมาะสมสำหรับการร้องเพลง</a></p>
<p>As for the position of the larynx and how it affects your singing, and the functioning of the vocal folds, I will write about it in my next post.</p>
<p>See you again next time,</p>
<p>Jay Veerayano</p>
<p>Grammy Vocal Studio 026699988</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.singwithjay.com/blog/thailand-%e0%b8%9d%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%87-%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%84/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>How should we practice singing? by Jay Veerayano</title>
		<link>http://www.singwithjay.com/blog/how-should-we-practice-singing-by-jay-veerayano/</link>
		<comments>http://www.singwithjay.com/blog/how-should-we-practice-singing-by-jay-veerayano/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 20 Aug 2013 06:16:06 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Jay Veerayano</dc:creator>
				<category><![CDATA[Blogs]]></category>
		<category><![CDATA[Jay Veerayano]]></category>
		<category><![CDATA[Singer]]></category>
		<category><![CDATA[Singing]]></category>
		<category><![CDATA[Singing technique]]></category>
		<category><![CDATA[Vocal coach]]></category>
		<category><![CDATA[vocal training]]></category>
		<category><![CDATA[voice training]]></category>
		<category><![CDATA[ครูสอนร้องเพลง]]></category>
		<category><![CDATA[ครูเจ]]></category>
		<category><![CDATA[สอนร้องเพลง]]></category>
		<category><![CDATA[เรียนร้องเพลง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.singwithjay.com/?p=141</guid>
		<description><![CDATA[Hi guys, Today, I&#8217;m going to talk about how we should practice singing. I personally like to divide it into two categories; Vocal Techniques and Style &#38; Interpretation. As for the technical part, it is proven that the most effective way in learning a new habit is to remind yourself to do it repeatedly in ]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<div>
<div>
<div>Hi guys,</div>
<div></div>
<div>Today, I&#8217;m going to talk about how we should practice singing. I personally like to divide it into two categories; Vocal Techniques and Style &amp; Interpretation. As for the technical part, it is proven that the most effective way in learning a new habit is to remind yourself to do it repeatedly in the certain period of time. Learning how to sing is like learning to create a good singing habit. I was often asked by my students on how long and how much they should practice in between lessons. I would say it depends. If they are to learn and/or strengthen the techniques, it&#8217;s better to do many of the smaller sessions than to do it in one long session. For example, if they want to practice two hours straight, it would be better to do six 20-minute sessions. But then again the biggest challenge is to keep doing it everyday. There is a great free app that can help you keep track when you want to learn new habits. It&#8217;s called &#8220;Lift&#8221;. I am using it for my workout and for my singing practice. You guys should check it out https://lift.do/ . It would encourage and remind you to keep doing it.</div>
<div></div>
<div>As for the Style&amp;Interpretation, this one you can spend a longer period of time on it because most of it is doing research and spend some quality time listening to reference music. It is also good if you can work on the musicianship skills. This will help you distinguish the and understand the difference in each musical genres better. I believe that singers will develop better when they understand the musical principles. You can spend as much time as you like in this department. It may not be the most fun thing to do but it will certainly be one of the most rewarding skills to have.</div>
<div></div>
<div> <img src='http://www.singwithjay.com/wp-includes/images/smilies/icon_smile.gif' alt=':)' class='wp-smiley' /> </div>
<div>
<div id="attachment_147" class="wp-caption alignnone" style="width: 310px"><img class="size-medium wp-image-147" alt="Quin is working on applying techniques into song with me in the studio." src="http://www.singwithjay.com/wp-content/uploads/2013/08/SPP3969-300x198.jpg" width="300" height="198" /><p class="wp-caption-text">Quin is working on applying techniques into song with me in the studio.</p></div>
</div>
<div>
<div id="attachment_156" class="wp-caption alignnone" style="width: 235px"><a href="http://www.singwithjay.com/wp-content/uploads/2013/08/photo24.jpg" rel='prettyPhoto'><img class="size-medium wp-image-156" alt="แก้วกำลังร้องเพลง " src="http://www.singwithjay.com/wp-content/uploads/2013/08/photo24-225x300.jpg" width="225" height="300" /></a><p class="wp-caption-text">แก้วกำลังร้องเพลง &#8220;As long as you love me&#8221;</p></div>
</div>
<div></div>
<div></div>
</div>
</div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.singwithjay.com/blog/how-should-we-practice-singing-by-jay-veerayano/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Getting to know me :)</title>
		<link>http://www.singwithjay.com/blog/getting-to-know-me/</link>
		<comments>http://www.singwithjay.com/blog/getting-to-know-me/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 08 Aug 2013 16:09:06 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Jay Veerayano</dc:creator>
				<category><![CDATA[Blogs]]></category>
		<category><![CDATA[Vocal]]></category>
		<category><![CDATA[Jay Veerayano]]></category>
		<category><![CDATA[Performer]]></category>
		<category><![CDATA[Singer]]></category>
		<category><![CDATA[Singing]]></category>
		<category><![CDATA[Vocal coach]]></category>
		<category><![CDATA[vocal training]]></category>
		<category><![CDATA[voice training]]></category>
		<category><![CDATA[ครูสอนร้องเพลง]]></category>
		<category><![CDATA[ครูเจ]]></category>
		<category><![CDATA[ฝึกร้อง]]></category>
		<category><![CDATA[สอนร้องเพลง]]></category>
		<category><![CDATA[เรียนร้องเพลง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.singwithjay.com/?p=71</guid>
		<description><![CDATA[Jay Veerayano is a renowned vocal teacher, singer-songwriter, based in Bangkok, Thailand. Since 1999, he began working professionally as a vocal teacher. He signed with GMM Grammy in 2002, Thailand largest record label and entertainment company. At Grammy, he oversees a part of its artist development program, new artists recruitment, teacher training and curriculum development. ]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p>Jay Veerayano is a renowned vocal teacher, singer-songwriter, based in Bangkok, Thailand. Since 1999, he began working professionally as a vocal teacher. He signed with GMM Grammy in 2002, Thailand largest record label and entertainment company.<br />
At Grammy, he oversees a part of its artist development program, new artists recruitment, teacher training and curriculum development. Jay is known for inspiring young artists. </p>
<p>As one of the most successful vocal teachers in Thailand, he was awarded with The Excellence In Music Teaching Award for Pop Rock Vocals from the Trinity College London in 2019. Jay&#8217;s students have become popular recording artists, won national and international singing contests, scholarships of prestigious music colleges, and landed roles on TV shows on a major network like NBC and on several Broadway shows such as Miss Saigon and Beauty and the Beast, and Trevor, The Musical. He helped discover, train and launch the careers of many GMM Grammy&#8217;s performing and recording artists that have hits after hits on the charts. His vision is to help lift the standard of Thai singers to international levels.</p>
<p>Jay has conducted many international vocal workshops in Los Angeles, New York, Mainland China. He also had the opportunity to co -teach with American Idol vocal coach, Peisha and Adriana McPhee in the intensive artist bootcamp in Los Angeles.<br />
And he was also graciously offered by FOX network new TV show “I can see your voice” earlier in February, 2020, to be the vocal coach in the show but due the covid-19 pandemic. He had to turn it down.  </p>
<p>As a performer and music producer, Jay has written and produced many pop songs in both Thai and English. You can find his original music on all digital platforms. He is currently working on finishing his new album.<br />
One of the proudest things he has done as a performer is that he has been a part of the annual fundraising concert that continues to contribute to Thai Red Cross for more than 3 million US dollars.</p>
<p>Jay travels across Thailand to conduct vocal workshops and seminars for schools and universities as a part of his community outreach program to help improve the quality of vocal education in Thailand.</p>
<p>Jay is proud to be certified as a mentor Instructor and the Ambassador of an international vocal instructors organization, the Institute for Vocal Advancement.<br />
The level that takes at least 9 years of rigorous vocal training, vocal pedagogy, vocal seminars and workshops, along with annual vocal test and teaching test to complete to be certified. The first person in Asia to ever do so. He has trained with world class voice teachers, such as Seth Riggs, Greg Enriquez, Spencer Welch, Jeffrey Skouson, Kathy Kennedy, Linda Tomkinson, Stephanie Borm-Krueger, Monique Thomas, Peisha McPhee, and many more.<br />
And he also holds the Speech Level Singing Instructor Certificate Level 4.</p>
<p>To get the preferred time on my busy schedule, please contact me directly at, jayaccba@yahoo.com or jayveerayano@me.com and note that you are from IVA.</p>
<p>Website www.singwithjay.com<br />
Facebook https://www.facebook.com/jayveerayano<br />
Instagram https://www.instagram.com/jayveerayano/</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.singwithjay.com/blog/getting-to-know-me/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
